ไออีซี อะบรอด ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ บริการฟรีทุกขั้นตอน

ระบบการศึกษาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ได้รับความนิยมจากนักเรียนต่างชาติ เพราะศูนย์รวมของมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำของโลก นอกจากนี้ประเทศสหรัฐอเมริกายังเป็นประเทศที่มีความหลากหลายของวัฒนธรรมแต่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจอีกมากมาย

เรียนภาษาที่ประเทศอมเริกา

ประเทศสหรัฐอเมริกาเปิดโอกาสให้นักเรียนต่างชาติเข้าเรียนภาษากับสถาบันในประเทศหลายแห่ง หมายความว่าผู้สมัครสามารถสมัครเรียนคอร์สสอนภาษาเพื่อการเตรียมตัวเรียนในมหาวิทยาลัยที่นักเรียนเลือกเรียนต่อหรือสถาบันสอนภาษาโดยตรง ดังนั้นไม่ว่าผู้สมัครจะมีเป้าหมายทางการศึกษาแบบไหน ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีทางเลือกมากมายเพื่อตอบโจทย์ทางการศึกษา

ทำไมถึงไปเรียนอเมริกา

  1. มหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาชั้นนำ

ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกในหลากหลายสาขาวิชา นอกจากนี้การได้ใช้ภาษาอังกฤษทั้งในสถาบันที่เรียนและในชีวิตประจำวันจะช่วยพัฒนาศักยภาพด้านภาษาได้อย่างมากอีกด้วย

  1. ศูนย์รวมวัฒนธรรมอันหลากหลายจากทั่วทุกมุมโลก

ประเทศสหรัฐอเมริกายังเป็นศูนย์รวมของวัฒนธรรมอันหลากหลายที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวและได้ขึ้นชื่อว่าเป็น The Melting Pot ประสบการณ์ในการได้มาเรียนและใช้ชีวิตในประเทศนี้จึงเปรียบได้กับการได้ไปเรียนรู้วัฒนธรรมต่างๆอีกหลายประเทศทั่วโลกในประเทศเดียว

  1. พัฒนาศักยภาพความกล้าแสดวออกและความเป็นผู้นำ

นอกจากนี้อิสรภาพในการแสดงความคิดเห็นของตนและการเคารพความคิดเห็นของผู้อื่นอันเป็นเอกลักษณ์ของสังคมในสหรัฐอเมริกาจะช่วยผลักดันให้ผู้ที่ได้มาศึกษากล้าที่จะแสดงออกถึงความคิดเห็นของตน ทำให้นอกจากที่จะได้พัฒนาคุณสมบัติของความเป็นผู้นำแล้วยังเปิดโอกาสให้ได้รับฟังความคิดเห็นใหม่ๆจากคนต่างชาติต่างวัฒนธรรมซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดของการได้ไปศึกษาในประเทศนี้

Undergraduate Options

Associate degree (คอร์ส ‘community college’ หรือวิทยาลัยชุมชน) ใช้เวลาเรียน 2 ปีเพื่อจบการศึกษา และสามารถเลือกลงทะเบียนเรียนในระดับปริญญาตรีต่อหลังจากจบคอร์ส นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้ทั้งแบบ terminal basis และ transfer basis โดยที่ transfer basis จะสามารถให้นักเรียนเลือกเรียนจบเป็นระดับปริญญาตรีแบบ 4 ปีได้ โดยที่เรียนคอร์ส associate degree ใน 2 ปีแรก และเรียนคอร์สปริญญาตรีใน 2 ปีหลัง

ข้อดีของการเรียน associate degree ก่อนเข้าเรียนปริญญาตรีสำหรับนักเรียนต่างชาติก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าและขาดห้องเรียนที่เล็กกว่า (ทำให้เข้าถึงอาจารย์ได้ง่ายกว่า) นอกจากนี้เกณฑ์การรับสมัครยังค่อนข้างเปิดกว้างและรับนักเรียนที่มีพื้นฐานภาษาไม่สูงมากเพราะทางสถาบันมักมีคอร์สพัฒนาภาษาหลักสูตรเข้มข้น (intensive English programs (IEPs)) และหลักสูตรภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (English as a second language courses (ESL)).

Bachelors Degree ระดับปริญญาตรี

หลักสูตรปริญญาตรีในสหรัฐอเมริกาใช้เวลาเรียน 4 ปีจบ โดยให้ความสำคัญอย่างกว้างๆกับวิชาสายทั่วไปในช่วงปีหนึ่ง (Freshman) และปีสอง (Sophomore) ต่างจากหลักสูตรปริญญาตรีในประเทศอังกฤษที่มุ่งความสำคัญไปที่วิชาสายเฉพาะหนึ่งถึงสองวิชาตลอดหลักสูตร ในปีที่สาม (Junior) นักเรียนจะได้เริ่มเรียนวิชาสายเฉพาะที่เลือกในเชิงลึก (วิชาเอก หรือ Major) ก่อนที่จะเรียนต่อไปปีสี่ (Senior) ซึ่งเป็นปีสุดท้าย

โดยตลอดช่วงเวลาที่เรียนปริญญาตรี นักเรียนสามารถเลือกเข้าร่วมโครงการฝึกงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานจริงในระหว่างเรียน (Optional Practical Training, OPT) วีซ่านักเรียนนานาชาติแบบ F-1อนุญาตให้นักเรียนสามารถเข้าร่วมโครงการ OPT นี้ได้

เกณฑ์การรับเข้าเรียน: ข้อสอบกลางวัดระดับการศึกษาและภาษา

การวัดระดับผลการเรียนในสหรัฐอเมริกาจะใช้เกรดเฉลี่ย GPA ในการพิจารณา หน่วยการวัดคะแนนเริ่มตั้งแต่ 0 -4.0 โดยที่เกณฑ์การให้คะแนนนั้นอาจจะแตกต่างจากการให้คะแนนในบ้านเรา นอกจากนี้นักเรียนต่างชาติต้องแสดงความสามารถด้านภาษาอังกฤษด้วยการสอบข้อสอบวัดระดับทางภาษาที่สหรัฐอเมริกายอมรับ คือ TOEFL และ IELTS (เลือกสอบอันใดอันหนึ่งได้)

ในสหรัฐอเมริกา คะแนนข้อสอบกลางอาจจะเป็นหนึ่งในเกณฑ์การรับสมัครนักเรียนนอกเหนือจากผลการเรียน ถึงแม้ว่าไม่ใช่ทุกมหาวิทยาลัยที่ใช้คะแนนข้อสอบกลางเป็นเกณฑ์ในการรับนักเรียนเข้าเรียน แต่เราแนะนำให้นักเรียนหาข้อมูลล่วงหน้าว่าสถาบันที่สมัครเรียนนั้นต้องการคะแนนข้อสอบกลางเป็นหนึ่งในเกณฑ์การรับเข้าหรือไม่ ข้อสอบกลางสำหรับการสอบเข้าปริญญาตรีได้แก่:

การศึกษาระดับบัณฑิตวิทยา (ระดับเหนือปริญญาตรีขึ้นไป)

Pre-Masters

International students may be required to take a Pre-Masters course before starting a US Masters degree in order to improve their English language skills and expand their subject knowledge. A pre-masters course may also combine GRE and GMAT graduate test preparation.

ทางมหาวิทยาลัยอาจระบุให้นักเรียนต่างชาติเรียนคอร์สเตรียมปริญญาโท (Pre-Masters) ก่อนเริ่มเรียนปริญญาโทจริงเพื่อพัฒนาทักษะภาษาและวิชาการในสาขาที่จะสมัครเรียน คอร์ส pre-masters บางคอร์สอาจรวมเนื้อหาการเตรียมตัวสอบ GRE และ GMAT ไว้อยู่ในตัว

Masters Degree

ในสหรัฐอเมริกา การศึกษาระดับปริญญาโทอาจเรียกเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า ‘graduate degrees’ โดยที่เนื้อหาในการศึกษาระดับนี้จะเจาะลึกในการเรียนหรือวิจัยในสาขาเฉพาะทางซึ่งไม่ต่างจากปริญญาโทในประเทศอังกฤษ การเรียนปริญญาโทในสหรัฐอเมริกาใช้เวลา 1-3 ปีแล้วแต่สาขาวิชาและมีค่าใช้จ่ายต่างกันไปตามมหาวิทยาลัย

เกณฑ์การรับเข้าเรียน: ข้อสอบกลางวัดระดับการศึกษาและภาษา

คล้ายกับการรับสมัครนักศึกษาเข้าเรียนในระดับปริญญาตรี ทางมหาวิทยาลัยอาจระบุว่านักเรียนต้องยื่นผลข้อสอบกลางต่างๆเพื่อใช้ประกอบการรับพิจารณาเข้าเรียนในระดับปริญญาโทด้วยเช่นกัน โดยข้อสอบกลางต่างๆมีดังต่อไปนี้

การเทียบผลการเรียนจากบ้านเราว่าตรงกับความต้องการของมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาหรือไม่นั้นอาจจะเป็นเรื่องที่น่าสับสนสักหน่อย แต่โดยปกติแล้วมหาวิทยาลัยในอเมริกามักจะเปิดกว้างและรับพิจารณาผลการเรียนของระบบการศึกษาในประเทศต่างๆทั่วโลกอยู่แล้ว

……………………………………………………………………………

วีซ่านักเรียนและข้อมูลการตรวจคนเข้าเมือง

Immigration laws are incredibly strict in the US, but as an international student there are just six possible options to bear in mind.

สหรัฐอเมริกามีกฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองที่เข้มงวด สำหรับนักศึกษาต่างชาติมีวีซ่าที่สามารถเลือกทำได้ 6 ชนิด

I-20 Form

โรงเรียนสอนภาษา วิทยาลัยชุมชน หรือมหาวิทยาลัยที่ได้ผ่านการรับรองแล้วจะออกเอกสารที่ชื่อว่า SEVIS (Student and Exchange Visitor Information System) I-20 form ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการทำวีซ่าแบบ F-1 Student Visa

หากผู้สมัครต้องการพาบุคคลอื่นที่ต้องพึ่งพาผู้สมัครหรือคู่ครองไปอาศัยที่สหรัฐอเมริกาด้วย ผู้สมัครจะต้องทำเรื่องขอวีซ่าชนิด F-2 หรือ J-2 ให้กับบุคคลอื่นหรือคู่ครองท่านนั้นด้วย ข้อควรทราบข้อหนึ่งคือคู่ครองของผู้สมัครจะไม่สามารถสมัครเรียนในสถาบันระดับอุดมศึกษาได้หากยังอยู่ภายใต้สถานะของวีซ่า F-2 หรือ J-2

กฎหมายว่าด้วยการตรวจคนเข้าเมืองอนุญาตให้นักเรียนที่ถือวีซ่า F-1 สามารถทำงานได้ภายในวิทยาเขตของสถาบันที่เรียนตลอดช่วงระยะเวลาเรียนในปีการศึกษาแรก (ทำงานได้สูงสุด 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) เนื่องจากว่าการแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งงานในวิทยาเขตนั้นค่อนข้างสูง ดังนั้นผู้สมัครควรมั่นใจว่าจะสามารถอยู่ได้ในกรณีที่ไม่สามารถทำงานในวิทยาเขตได้ หลักจากปีการศึกษาแรกนักเรียนต่างชาติสามารถทำงานนอกหรือฝึกงานได้ ดังนั้นสหรัฐอเมริกาจึงเหมาะกับนักเรียนที่ต้องการใช้ชีวิตที่ผสมผสานการเรียนและการทำงานเข้าด้วยกัน

ข้อมูลน่ารู้: การพักอาศัยของนักเรียน

ที่พักในมหาวิทยาเขตส่วนใหญ่จะเปนแบบแชร์ห้องกันอยู่ (ผู้อยู่อาศัยเป็นเพศเดียวกัน) ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องแปลกสำหรับผู้สมัครหลายๆท่านที่ไม่คุ้นเคย หากผู้สมัครไม่สบายใจที่จะแชร์ห้องอยู่ร่วมกับคนอื่น ผู้สมัครสามารถหาที่พักส่วนตัวนอกวิทยาเขตได้

Useful Links:

Issues visas at U.S. embassies and consulates.

SEVIS is the online student tracking system used by institutions in the USA to issue the I-20 form to students.

SEVIS เป็นระบบติดตามนักเรียนออนไลน์ใช้โดยสถาบันในสหรัฐอเมริกาเพื่อออกแบบฟอร์ม I-20 ให้กับนักเรียน