News and Events

15 เมนูน่าลอง เมื่อไปต่างประเทศ

February 17, 2016

ข้อดีของการไปเรียนต่อต่างประเทศนอกจากจะได้ประสบการณ์ชีวิตใหม่ ๆ เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมในต่างแดนแล้ว อีกหนึ่งเรื่องที่ไม่ควรพลาดนั่นก็คือ “อาหารการกิน” ถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตที่สามารถบ่งบอกได้ถึงความเป็นอยู่ของผู้คนในแต่ละท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี หากเรามีโอกาสได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ หรือได้ไปเที่ยวยังประเทศต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประเทศอะไรก็ตาม ก็ไม่ควรพลาดที่จะได้ลิ้มลองอาหารประจำท้องถิ่นนั้น ๆ 

1.สหราชอาณาจักร (United Kingdom) : Fish & Chip

 

fishnchips   เมนูแรกเป็นอาหารประจำชาติของประเทศอังกฤษ “ฟิชแอนด์ชิปส์ (Fish & Chip)” เมนูยอดนิยมจากเมืองผู้ดี ที่รับประทานกันมาตั้งแต่ยุคหลังศตวรรษที่ 19 ประกอบด้วย “Fish” คือ ปลาชุปเกร็ดขนมปังทอด เนื้อปลาที่นำมาทำสามารถใช้ปลาได้หลายชนิดและต้องเป็นเนื้อปลาชิ้นโต ๆ ชิ้นเดียว นำกางออกให้เรียบร้อย ต้นตำรับดั้งเดิมจะเป็นปลาคอด (Cod) และ “Chips” หรือ มันฝรั่งทอด เหมือนกับเฟร้นช์ฟรายส์ แต่หนากว่า คนอังกฤษจะเรียกว่า “ชิพ” ไม่เรียก “เฟร้นช์ฟรายส์” แบบคนอเมริกัน เสิรฟ์พร้อมทาทาร์ซอส นอกจากจะมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานคู่กับประเทศอังกฤษแล้วฟิชแอนด์ชิปส์ ยังเป็นเมนูที่หาทานง่ายที่สุดในประเทศอีกด้วย

2. สหรัฐอเมริกา (United State) : Cheeseburger

  Cheeseburger

หากพูดถึงอาหารยอดนิยมของชาวอเมริกัน ก็คงจะหนีไม่พ้น “ชีสเบอร์เกอร์” อาหารสุดคลาสสิคในแบบอเมริกันสไตล์ แม้หลายคนจะมองว่าเป็นอาหาร Junk Food ก็ตามแต่แฮมเบอร์เกอร์ก็ยังคงเป็นอาหารยอดฮิตในอเมริกา เพราะราคาถูก พกพาง่าย ที่สำคัญหาได้ทั่วไปไม่ว่าจะอยู่เมืองไหน จนกลายเป็นอาหารประจำชาติของอเมริกาไปโดยปริยาย นอกจากแฮมเบอร์เกอร์ตามร้าน Fast Food ทั่วไปแล้วในอเมริกา ยังมีร้านเบอร์เกอร์ที่เปิดขายตามร้านอาหาร จัดเป็นอาหารชั้นเลิศและมีราคาที่ค่อนข้างสูง จนมีการจัดอันดับ The Best Burgers in America กันเลยทีเดียว

3. เยอรมนี (Germany) : Currywurst

         currywurst
   “เคอร์รี่เวิร์ส หรือ ไส้กรอกราดซอสผงกะหรี่” อาหารขึ้นชื่อของประเทศเยอรมนี ถ้าใครได้มีโอกาสมาเยือนบอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เป็นที่รู้กันว่าประเทศเยอรมนีมีชื่อเสียงโด่งดังมากในเรื่อง “ไส้กรอก” ที่มีมากกว่า 1,500 ชนิด จะพบร้านขายไส้กรอกขายอยู่ริมถนนเกือบทุกที่ในประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเบอร์ลิน Currywurst ได้รับความนิยมมาก ๆ ทำจากไส้กรอกย่างราดซอสมะเขือเทศและมัสตาร์ด โรยด้วยผงกะหรี่ กินกับมันฝรั่งทอด หรือจะเป็นขนมปัง เมนูธรรมดา ๆ ที่หากินได้ทั่วไป4. ฝรั่งเศส (France) : Baguettes
Baguette-12-600x300
เมื่อได้มีโอกาสมาเยือนประเทศฝรั่งเศส ต้องไม่พลาดที่จะไปชิม “Baguettes (บาแก็ต)” หรือ “ขนมปังฝรั่งเศส” ที่มีลักษณะเป็นแท่งยาวกว่า 2 ฟุต และพิเศษกว่าขนมปังทั่วไปตรงที่กรอบนอกนุ่มใน เวลาทานมักบิออกด้วยมือ หรือฝานออกเป็นชิ้น ๆ ทานกับเนย หรือแยม เป็นขนมปังที่คนฝรั่งเศสกินกันอย่างแพร่หลายจนแทบจะกลายเป็นขนมปังประจำชาติ จนคนส่วนใหญ่จึงเรียกบาแก็ตว่า“ขนมปังฝรั่งเศส” นอกจากนี้ยังมีขนมปังอีกชนิดที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กันก็คือ “ครัวซอง” เมนูที่ต้องลองชิมถ้ามีโอกาส5. ออสเตรเลีย (Australia) : Lamington cake
12wbtlamington

   ลามิงตัน ขนมหวานสัญชาติออสเตรเลีย มีลักษณะเป็นสปองจ์เค้ก ตัดเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสก้อนเล็ก ๆ ประมาณ 4 ซม. นำมาชุปน้ำเชื่อมไอซิ่งรสชอคโกแลต และคลุกด้วยมะพร้าวอบแห้ง ขนมขึ้นชื่อของประเทศออสเตรเลีย ปัจจุบันมีการพัฒนาให้มีหลายรสชาติ และหลากหลายเนื้อเค้กให้เลือกทาน บางสูตรมีการแบ่งเป็นเลเยอร์คั่นด้วยครีม หรือแยมสตอเบอร์รี่ตรงกลาง ครอบครัวชาวออสซี่นิยมทำเค้กลามิงตันในวันเฉลิมฉลองต่าง ๆ ด้วยสูตรและวิธีทำที่ง่ายมากสามารถทำเองที่บ้านได้

6. แคนาดา (Canada) : ปูแตง (Poutine)

   poutine-630x420

   Poutine หรือ ปูแตง อาหารคาเนเดีย ที่เราอาจไม่คุ้นหน้าคุ้นตาสักเท่าไหร่ แต่บอกได้เลยว่าเป็นอีกหนึ่งอาหารยอดนิยมในประเทศแคนาดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวแคนาดาเชื้อสายฝรั่งเศส “ปูแตง” จะประกอบไปด้วย เฟร้นช์ฟรายด์ โรยด้วยชีส (cheese curd) บางสูตรอาจเพิ่มเบคอน และผักลงไป และสุดท้ายราดด้วยซอสเกรวี่ โดยมีต้นกำเนิดมาจากรัฐควิเบก และมีขายทั่วไปในประเทศแคนาดา ที่สำคัญราคาไม่แพงตกอยู่ที่ประมาณ $5 เท่านั้น

7. รัสเซีย (Russian) : ซุปบอร์ช (Borscht)

   cup-of-borscht-with-sour-cream

อาหารพื้นเมืองรัสเซียสุดคลาสิค สีสันฉูดฉาดยั่วน้ำลายจานนี้มีชื่อว่า “Borscht (บอร์ช)” เป็นซุปบีทรูท ต้มกับมะเขือเทศ รวมถึงผักชนิดอื่น ๆ ตามแต่ละพื้นที่ เช่น หอมใหญ่ กระเทียม แครอท กะหล่ำปลี มันฝรั่ง บางสูตรอาจจะใส่เนื้อวัว หรือเบคอน ลงไปด้วย จะได้รสชาดหวาน ๆ จากผักและน้ำซุป พร้อมกับกลิ่นหอมของเนื้อที่ใส่ลงไป ทานคู่กับซาวครีม เวลากินจะต้องตักซาวครีมลงไปคนในซุปจะได้รสเปรี้ยว ๆ มัน ๆ อร่อยอย่าบอกใคร หากมีโอกาสได้ไปเยือนประเทศรัสเซียบอกเลยว่าเมนูนี้ห้ามพลาด

8. ญี่ปุ่น (Japan) : พิซซ่าญี่ปุ่น (Okonomiyaki)

5835724090_e4f272f265
ประเทศญี่ปุ่นต้องเรียกได้ว่าเป็นประเทศในฝันของหลายคน นอกจากวัฒนธรรมและภูมิประเทศที่สวยงามแล้ว ญี่ปุ่นยังเต็มไปด้วยอาหารอร่อยขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะเป็น “ซูชิและซาชิมิ (Sushi & Sashimi)” และที่พลาดไม่ได้นั่นก็คือ “โอโคโนมิยากิ” หรือที่เรียกกันติดปากว่า “พิซซ่าญี่ปุ่น” อาหารว่างที่นิยมทานกันมาตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลก พอสงครามสิ้นสุดคนก็เริ่มทานเป็นอาหารจานหลัก ประกอบด้วยไข่, กระหล่ำปลีซอย, เนื้อ, หมู, เบคอน, ปลาหมึก, กุ้ง, ต้นหอม, ผักต่าง ๆ, กิมจิ, โมจิ และชีส เอาเครื่องทุกอย่างใส่ลงไปในแป้ง คนรวมกันแล้วค่อยนำไปทอดบนกระทะ9. สเปน (Spain) : ปาเอญ่า (Paella)
 paella  

   “ปาเอญ่า (Paella)” หรือ “ข้าวอบสเปน” อาหารขึ้นชื่อและเป็นอาหารประจำชาติของประเทศสเปน โดยการนำข้าวมาหุงกับเนื้อสัตว์ และเครื่องเทศด้วยน้ำสต็อกในกระทะแบนใหญ่ เวลาหุงเสร็จข้าวจะออกดิบ ๆ นิด ๆ และมีสีเหลืองเพราะใส่น้ำหญ้าฝรั่น (saffron) มีต้นกำเนิดมาจากแคว้นบาเลนเซีย ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวอันดับต้น ๆ ของประเทศ เมนูนี้จึงเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความเรียบง่ายทางขนบธรรมเนียมและประวัติศาสตร์ของแคว้นบาเลนเซียได้เป็นอย่างดี

10. จีน (China) : เนื้อแกะย่าง (Spicy Lamb Skewers)

   grilled-lamb-skewers

อาหารที่เห็นได้ทั่วไปตามท้องถนนของประเทศจีน คล้าย ๆ กับหมูปิ้งในบ้านเรา เมนูธรรมดาแต่ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด เพราะเนื้อที่ปิ้งอยู่นั่นเป็นเนื้อแกะ หรือเนื้อแพะย่างสไตล์ชาวอุยกูร์ซินเจียง หรือที่เรียกว่า “หยางโร่วช่วน” โดยเอาเนื้อแกะเสียบไม้ย่าง แล้วโรยด้วยพริกผสมหมาล่า กินเข้าไปแล้วจะชา ๆ ลิ้น อีกหนึ่งเมนูน่าลองและหากินง่ายในประเทศจีน ราคาตกไม้ละ 5-10 หยวน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 25-50 บาท

11. อิตาลี (Italy) : พิซซ่ามาร์การิต้า (Pizza Margherita)

Pizza-Margherita
อาหารอิตาเลี่ยนได้รับการยกย่องว่าเป็นอาหารที่มีรสชาติถูกปากที่สุดจนเป็นที่แพร่หลายรู้จักกันไปทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนู“พิซซ่า” ขึ้นชื่อที่สุดของประเทศอิตาลีที่ต้องลองคือ  “พิซซ่ามาร์การิต้า (Pizza Margherita)” เป็นพิซซ่าพื้นฐานที่มี 3 สี เหมือนกับสีของธงชาติอิตาลี ได้แก่ สีขาว ที่มาจากชีส, สีแดงมาจากส่วนประกอบมะเขือเทศ และสีเขียวก็มาจากใบโหระพา12.  ตุรกี (Turkey) : โดเนอร์กะบับ (Döner Kebab)
Döner Kebab

อาหารประจำชาติตุรกี ที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องถนน ถ้าใครได้มีโอกาสต้องไม่พลาดที่จะชิม “โดเนอร์กะบับ (Döner kebab)” เป็นเนื้อแกะเสียบอยู่ในแท่งเหล็กที่วางแนวตั้งบนแท่นหมุน ย่างไฟจนเกรียมแต่ด้านในยังชุ่มฉ่ำ ถ้าเป็นต้นตำรับตุรกีแท้ ๆ จะมีแต่เนื้อแกะล้วน แต่อาจจะมีดัดแปลงเป็นเนื้อวัว หรือเนื้อไก่ให้เห็นบ้าง ซอสที่ราดกะบับโดยทั่วไปมี 2 อย่าง  คือ ซอสขาวทำจากโยเกิร์ต และซอสพริก วิธีกินก็จะมีหลายแบบคือเฉือนเป็นชิ้นบาง ๆ วางบนแผ่นโรตีชิ้นเล็ก ๆ แล้วราดด้วยซอส หรือจะนำเนื้อมาวางบนแผ่นโรตีแผ่นใหญ่ ตามด้วยมะเขือเทศ แตงกวาดอง มันฝรั่ง และม้วน ก่อนรับประทานก็ได้

13. เนเธอร์แลนด์ (Netherlands) : สตัมพอต (Stamppot)

Stamppotเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีอากาศหนาวมาก ชาวดัตช์ต้องเผชิญกับความหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี อาหารจึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ชาวดัตช์สามารถทนทานต่อความหนาวเย็นได้ เมนูแนะนำที่ต้องลองเลยคือ สตัมพอต (Stamppot) ที่เรียกได้ว่าเป็นอาหารประจำชาติของเนเธอร์แลนด์ ทำจากมันฝรั่งบดผสมกับผักดองและเครื่องเทศ นิยมทานคู่กับเบคอน หรือไส้กรอก ชาวดัตช์นิยมทานมากในหน้าหนาว มีชื่อเรียกต่างกันไปตามผักที่มันผสมอยู่ เช่น stamppot andijvie, stamppot boerenkool, stamppot zuurkool เป็นต้น

14. โปรตุเกส (Portugal) : ทาร์ตไข่โปรตุเกส (Pastel de nata)

 Pastel de nata

ทาร์ตไข่ในตำนานขนมหวานขึ้นชื่อของประเทศโปรตุเกสที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานหลายร้อยปี ทาร์ตโปรตุเกส (Portuguese Tart) หรือที่เรียกว่า “Pastel de nata” ทำจากแป้งพายกรอบร่วน จากการนวดแป้งเพสตรี้ และข้างในเป็นไส้ที่เกิดจากส่วนผสมของไข่ น้ำตาล ครีม แล้วจึงนำไปอบด้วยกรรมวิธีพิเศษ จนทำให้มีลักษณะหน้าไหม้จากน้ำตาลที่ถูกความร้อนอบจนเกรียม แป้งพายหอมกรอบร่วนกำลังดี สุดท้ายแล้วก็โรยหน้าด้วยชินนามอน รับรองว่าอร่อยโดนใจวัยรุ่นอย่างแน่นอน

15. ฮังการี (Hungary) : กูลาช (Gulasch)

   Gulasch

ซุปจากประเทศฮังการีที่โด่งดังไปทั่วโ­ลก “กูลาช (Gulasch)” หรือ “ซุปเนื้อวัว” เป็นอาหารพื้นเมืองของชาวฮังกาเรียน มักทำจากเนื้อวัว เนื้อหมู หรือเนื้อแกะ หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม คลุกเคล้ากับเกลือ นำไปทอดกับหอมใหญ่หั่นเป็นแว่น แล้วเคี่ยวไฟอ่อนๆ ในน้ำซุป สูตรฮังกาเรียนแท้ ๆ จะใช้ผงปรุงรสปาปริก้าที่ให้รสชาติเผ็ดร้อน ทานคู่กับพาสต้า มันฝรั่งอบ หรือจะราดข้าวสวยร้อน ๆ ก็อร่อยไม่แพ้กัน รสชาติจะคล้ายกับสตูในบ้านเรา

ที่มา : 
-17 eats you have to try if you’re studying abroad
-FOOD WORLD TOUR: DISHES YOU MUST TRY WHEN STUDYING ABROAD