ไออีซี อะบรอด ศูนย์แนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ บริการฟรีทุกขั้นตอน

เรียนต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

สหรัฐอเมริกา (USA.): ข้อมูลเบื้องต้น

ประเทศอเมริกา เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นมากในเรื่องของ เทคโนโลยีและระบบการเงิน คนส่วนใหญ่นิยมไปศึกษาต่อประเทศอเมริกาเนื่องจากจะได้ความรู้ทางด้านวิชาการแล้วการไปเรียนต่อในประเทศอเมริกา ยังจะได้ฝึกฝนทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอย่างเต็มที่และมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกายังติดอันดับท็อปมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของของโลกเป็นประจำทุกปี ปีละหลายสถาบัน ถือเป็นหนึ่งในข้อมูลที่การันตีคุณภาพการศึกษาของสหรัฐอเมริกา

ลักษณะภูมิประเทศ

ประเทศสหรัฐอเมริกา (The United States of America) มีประชากรประมาณ 245 ล้านคน มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ภายใต้รัฐบาลสหพันธรัฐ คำว่า “รัฐ” หมายถึง 1 ใน 50 พื้นที่ทางภูมิศาสตร์ซึ่งมีอิสระในการปกครองตนเอง มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลติดต่อกัน 48 มลรัฐ ทิศเหนือจรดประเทศแคนาดา ทิศใต้จรดประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก ทิศตะวันตกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิคทางตะวันตก ทิศตะวันออกจรดชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก มลรัฐที่ 49 คือ อลาสกา อยู่ติดกับฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของแคนาดาและมลรัฐ ที่ 50 คือ ฮาวาย อยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิค

mao us

ประเทศสหรัฐอเมริกา มีพื้นที่ประมาณ 3,787,319 ตารางไมล์ (เทียบได้ 18 เท่าของพื้นที่ประเทศไทย)

การแบ่งภูมิภาค

1. New England ประกอบด้วยรัฐ Maine, New Hampshire, Vermont, Massachusetts, Connecticut, Rhode Island
2. The Middle Atlantic ประกอบด้วยรัฐ New York, New Jersey, Pennsylvania, Delaware, Maryland
3. The South ประกอบด้วยรัฐ Virginia, West Virginia, Kentucky, Tennessee, North Carolina, South Carolina, Georgia, Florida, Alabama, Mississippi, Arkansas, Louisiana, และพื้นที่บางส่วนของรัฐ Missouri, Oklahoma และ Texas ฝั่งตะวันออก
4. The Midwest ประกอบด้วยรัฐ Ohio, Michigan, Indiana, Wisconsin, Illinois, Minnesota, Iowa, North Dakota, South Dakota, Nebraska, Kansas, และพื้นที่บางส่วนของรัฐ Missouri และ Colorado
5. The Southwest ประกอบด้วยรัฐ Texas ฝั่งตะวันตก ตอนใต้ของรัฐ Oklahoma, New Mexico, Arizona, Nevada และ California ตอนใต้
6. The West ประกอบด้วยรัฐ Colorado ฝั่งตะวันตก, Wyoming, Montana, Utah, California, Idaho, Oregon, Washington, Nevada ฝั่งเหนือ, Alaska และ Hawaii

ลักษณะภูมิอากาศ

ประเทศสหรัฐอเมริกา มี 4 ฤดู อุณหภูมิในแต่ละรัฐจะแตกต่างกันออกไป คือ

weather us

เวลา (การแบ่งเขตเวลาในประเทศสหรัฐอเมริกา)

เวลาในแต่ละภูมิภาค แบ่งเป็น 4 ส่วนใหญ่ ดังนี้

time us

เงินตราของประเทศสหรัฐอเมริกา

สกุลเงินประจำชาติสหรัฐอเมริกา คือ ดอลลาร์ (US Dollar, USD, US$) โดยที่ $1 จะเท่ากับ 100 เซ็นต์ (cents)

currency us

วัฒนธรรมของอเมริกา

เมื่อเดินทางมาถึงประเทศอเมริกา หากเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก อาจจะพบกับสภาวะ Culture Shock ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวล้วนเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่คุ้นเคย วัฒนธรรมที่นี่มีความแตกต่างกับวัฒนธรรมเอเชียค่อนข้างมาก แต่การปรับตัวก็ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรนัก ขอแนะนำให้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ และเตรียมตัวเตรียมใจไปก่อนล่วงหน้า ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อจะได้สามารถปรับตัวในระยะแรกได้ง่ายและเร็วขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับการเริ่มต้นชีวิตในประเทศอเมริกา

การปรับตัว
Culture Shock

เป็นสภาวะปกติธรรมดาที่อาจเกิดขึ้นได้กับทุกคน ที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก ควรหาโอกาสพูดคุยกับคนที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอเมริกา หรือเคยไปเที่ยวที่นั่นมาก่อน เพื่อสอบถามข้อมูลที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตในเบื้องต้น และเรียนรู้จากประสบการณ์ของพวกเขาเหล่านั้น อเมริกาเป็นดินแดนที่ผู้คนมากมายจากทั่วทุกมุมโลก เดินทางมาใช้ชีวิตและแสวงหาประสบการณ์ วัฒนธรรมของที่นี่จึงมีความหลากหลายมาก และหากแกะรอยการสืบเชื้อสายของคนอเมริกาย้อนหลังไป จะพบว่าคนอเมริกาจำนวนมากมาจากประเทศอื่นเสียเป็นส่วนใหญ่ และถึงแม้ว่าคุณจะไม่ควรเชื่อทุกอย่างที่เห็นจากโทรทัศน์ แต่พฤติกรรมบางอย่างของชาวอเมริกันที่ปรากฏในโทรทัศน์ อย่างเช่นความผ่อนคลายและไม่เป็นทางการมากนัก ก็เป็นสิ่งที่เราจะได้พบเจอเมื่อมาถึงอเมริกา ในขณะเข้าคิวเพื่อรอทำอะไรสักอย่าง คนแปลกหน้าที่ยืนอยู่คิวถัดไปอาจจะเข้ามาชวนคุยอย่างเป็นกันเอง ซึ่งก็ไม่ควรตกใจหรือรู้สึกว่าถูกคุกคาม เพราะนี่คือวัฒนธรรมปกติทั่วไปของคนที่นั่น

การทักทาย

การทักทายของคนอเมริกันเป็นแบบสบายๆ ไม่มีพิธีอะไรมากนัก เราควรยิ้มทักทายและบอกชื่อจริง (First name) ในการพบเจอกันครั้งแรก และถ้าเป็นการพบกันหลายคน ก็อย่าลืมแนะนำเพื่อนในวงสนทนาให้รู้จักกันอย่างทั่วถึงด้วย การจับมือและพูดทักทายง่ายๆ ด้วยคำว่า Hello มักถูกใช้บ่อยครั้งในการเริ่มต้นบทสนทนา คนอเมริกันส่วนใหญ่จะพูดจาตรงไปตรงมาไม่อ้อมค้อม ซึ่งไม่ถือว่าเป็นการหยาบคายหรือเสียมารยาท พวกเขาแค่ต้องการพูดอะไรให้ตรงจุด เข้าใจแจ่มแจ้งชัดเจนในครั้งเดียว ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายความให้ยืดยาว

manner usมารยาทบนโต๊ะอาหาร

เมื่อได้รับเชิญไปร่วมดินเนอร์ คุณอาจจะประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อพบว่า การดินเนอร์ของคนอเมริกันเป็นปาร์ตี้แบบสบายๆ ไม่เป็นทางการ ต่างจากการดินเนอร์ของชาวยุโรปที่ค่อนข้างเป็นทางการมากกว่า มารยาทบนโต๊ะอาหารของคนอเมริกันจึงไม่เคร่งครัดมากนัก ส่วนใหญ่ส้อมจะวางอยู่ทางขวามือ แต่ถ้าถนัดมือซ้ายมากกว่า คุณก็สามารถใช้มือซ้ายได้โดยไม่มีใครว่าอะไร หรืออาหารบางชนิดคุณอาจจะกินโดยการใช้มือหยิบเข้าปากก็ได้เช่นกัน แต่ก็มีสิ่งที่ควรรู้เล็กๆ น้อยๆ เช่น คุณควรจะรอให้เจ้าของบ้านเชิญเสียก่อน แล้วจึงค่อยไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

การแต่งกาย

คนอเมริกันในแถบตะวันออกมีแนวโน้มจะแต่งตัวเป็นทางการมากกว่า ผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบตะวันตกเล็กน้อย และคุณอาจจะรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นเสื้อผ้าที่นักศึกษาอเมริกันใส่ไปมหาวิทยาลัย เพราะที่นี่ไม่มีเครื่องแบบเหมือนประเทศไทย นักศึกษาสามารถแต่งตัวได้ตามใจชอบ ซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกใส่ชุดที่สบายๆ เหมาะสมกับสภาพอากาศและสวยงามตามแฟชั่น ไม่เน้นความเป็นทางการมากนัก แต่ในบางสถานการณ์อย่างเช่นวันที่มีสัมภาษณ์เพื่อเข้าศึกษาหรือสัมภาษณ์งาน คุณก็ควรจะเลือกเครื่องแต่งกายให้ดูสะอาดเรียบร้อย สุภาพ และน่าเชื่อถือ มากกว่าวันปกติทั่วไป

ชีวิตในมหาวิทยาลัย

ชีวิตนักศึกษาในอเมริกาแตกต่างจากชีวิตนักศึกษาในไทยมากพอสมควร บรรยากาศในห้องเรียนของที่นี่โดยรวม ค่อนข้างผ่อนคลายและไม่เป็นทางการมากนัก ที่สำคัญคือมหาวิทยาลัยในอเมริกา ยินดีต้อนรับนักศึกษาต่างชาติอย่างอบอุ่น และมีการวางระบบให้ความช่วยเหลือแก่นักศึกษาต่างชาติเป็นพิเศษด้วย เพื่อช่วยให้เราปรับตัวเข้ากับชีวิตและการศึกษาในต่างแดนได้ดียิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยินดีให้ปรึกษาในเรื่องต่างๆ โดยไม่ได้จำกัดว่าจะต้องปรึกษาแค่เรื่องการเรียนเท่านั้น หากมีปัญหาเกี่ยวกับการปรับตัวหรือรู้สึกไม่สบายใจจาก Culture Shock ก็สามารถปรึกษาพวกเขาได้เช่นกัน ตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัย คุณจะได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีทั้งจากอาจารย์และเจ้าหน้าที่ เมื่อมีปัญหาใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนหรือการใช้ชีวิตสามารถปรึกษาพวกเขาได้ทันที พวกเขาพร้อมจะช่วยเหลือเราอยู่เสมอ

วัฒนธรรม

วัฒนธรรมที่มีชื่อเสียงในประเทศอเมริกามีหลายอย่างด้วยกัน แต่กีฬา ดนตรี และศิลปะ ถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญของชาวอเมริกัน กีฬาอย่างอเมริกันฟุตบอล เบสบอล บาสเก็ตบอล และไอซ์ฮอกกี้ เป็นกีฬา 4 ชนิดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอเมริกา นอกจากเรื่องกีฬาแล้ว ประเทศอเมริกายังมีตลาดเพลงที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย และด้วยความที่อเมริกาเป็นประเทศที่มีวัฒนธรรมหลากหลายมาก แนวเพลงที่ได้รับความนิยมในอเมริกาจึงมีตั้งแต่ป็อป ร็อค ไปจนถึง แจ็ส ริทึม และบลูส์

ระบบไฟฟ้า

สหรัฐอเมริกามีระบบไฟฟ้าแบบ 115 Volts, 60 Cycles ซึ่งแตกต่างจากประเทศไทย ถ้านักศึกษาต้องการนำเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเมืองไทยไปก็จำเป็นต้องหาซื้อเครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า (Adapter) ไปด้วย

น้ำประปา

ระบบน้ำประปาของสหรัฐอเมริกานั้นมีมาตรฐานสูงซึ่งประชาชนสามารถดื่มน้ำประปาจากก๊อกน้ำได้โดยไม่จำเป็นต้องนำน้ำไปต้มแต่อย่างใด

ศุลกากร

นักศึกษาสามารถนำเงินสดสกุลดอลลาร์เข้าประเทศอเมริกาในวงเงินสูงสุด US$ 10,000. ถ้ามากกว่านั้นต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ ควรให้ความระมัดระวังเป็นพิเศษในการเก็บเงินสด โดยอาจเก็บแยกเพื่อความปลอดภัย บัตรเครดิตการ์ดจากเมืองไทยสามารถนำไปใช้ได้เช่นกัน

อาหาร

เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้อพยพเข้ามาอยู่ตลอดเวลา อาหารในประเทศจึงมีความหลากหลายโดยอาหารพื้นเมืองในสหรัฐอเมริกา หรืออาหารชาวอินเดียนแดง คืออาหารที่มีส่วนประกอบของ ไก่งวง มันสำปะหลัง ข้าวโพด และฟักทอง โดยในปัจจุบันจากการอพยพจากประชากรจากฝั่งยุโรปเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในส่วนของอาหารอเมริกันซึ่งได้แก่อาหารหลายประเภท เช่น พายแอปเปิล พิซซา ชาวเดอร์ พาสตา แฮมเบอร์เกอร์ ฮอตด็อก แซนด์วิช และนอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่อพยพมาจากทางประเทศเม็กซิโก ซึ่งอาหารประเภท เบอร์ริโต และทาโก ได้เป็นอาหารหลักในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้อาหารชาติอื่น ไม่ว่าจะเป็น ซูชิของญี่ปุ่น หรือติ่มซำของจีน รวมไปถึงอาหารไทยเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นในสหรัฐอเมริกาเช่นกัน

ระบบโทรศัพท์

**ตำรวจ ดับเพลิง ฉุกเฉินอื่น ๆ เบอร์ 911

สำหรับค่าบริการทางบริษัทที่นักศึกษาเลือกใช้บริการจะส่งใบแจ้งหนี้ให้แก่นักศึกษาเป็นรายเดือน ซึ่งในใบแจ้งหนี้จะแจ้งให้ทราบถึงค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งแบ่งออกเป็น ค่าบริการขั้นพื้นฐาน ค่าโทรศัพท์ภายในท้องถิ่น ค่าโทรศัพท์ทางไกล ซึ่งนักศึกษาสามารถชำระค่าบริการได้ที่ทำการโทรศัพท์ หรือสั่งจ่ายเป็นเช็คแล้วส่งไปทางไปรษณีย์ นอกจากนี้ยังมีบริการโทรศัพท์ทางไกลผ่านทางอินเตอร์เน็ตซึ่งมีอัตราค่าบริการค่อนข้างถูก และเป็นที่นิยมอย่างมากอีกด้วย โดยอัตราค่าบริการจะขึ้นอยู่กับประเทศที่เราต้องการจะโทรไป แต่มีข้อเสีย คือ ผู้ที่ต้องการใช้บริการในรูปแบบนี้จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ต่างๆ ครบ ซึ่งก็คือ คอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตได้ และHead Phone นอกจากนี้คุณภาพของเสียงก็จะเปลี่ยนไปตามประสิทธิภาพของอินเตอร์เน็ตอีกด้วย ถ้าต้องการใช้โทรศัพท์มือถือ ควรไปซื้อที่ประเทศอเมริกา ซึ่งค่าบริการจะขึ้นอยู่กับโปรแกรมการให้บริการของแต่ละโปรแกรม

บริการไปรษณีย์ที่ ประเทศอเมริกา

ที่ทำการไปรษณีย์ใน สหรัฐอเมริกา เปิดทำการทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดราชการ โดยมีการให้บริการทั้ง ไปรษณียบัตร, ไปรษณีย์ลงทะเบียน, บริการส่งจดหมายทั้งภายในและต่างประเทศ เป็นต้น สำหรับสิ่งสำคัญในการส่งไปรษณีย์ที่นักศึกษาต้องพึงระลึกเสมอ คือ “ต้องกรอก ข้อมูลของผู้รับให้ละเอียดและครบถ้วนโดยเฉพาะรหัสไปรษณีย์ต้องไม่ลืมเด็ดขาด” เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้การส่งจดหมายล่าช้าขึ้น
เวลาทำการของไปรษณีย์ ที่ อเมริกา คือเวลา 8.30 – 17.00 น. สำหรับอัตราค่าบริการ ถ้าเป็นจดหมายธรรมดาติดแสตมป์ 0.34 เซ็นต์ แต่ถ้าพัสดุมีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อยอัตราค่าบริการก็ประมาณ 60 เซ็นต์ ถึง 1 เหรียญกว่าๆ ระยะเวลาที่ใช้ในการส่งแบบธรรมดาก็ประมาณ 4-7 วัน โดยผู้ให้บริการหลักคือ United States Postal Service รายละเอียดการให้บริการเกี่ยวกับค่าบริการ ได้ที่ Postage Price Calculator

การคมนาคม และการเดินทางในสหรัฐอเมริกา

โดยส่วนใหญ่แล้ว เมืองที่นักเรียนนักศึกษานิยมไปศึกษาต่อ จะมีระบบคมนาคมสาธารณะที่สะดวก และมีบริการให้เลือกหลากหลาย ตัวอย่างเช่น รถไฟ รถประจำทาง แท็กซี่ รถราง รถไฟฟ้า ซึ่งบริการเหล่านี้ จะมากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่า สถาบันที่นักเรียนเลือกไปเรียนต่อ อยู่ใกล้กับตัวเมืองหรือแหล่งชุมชนมาก น้อยเพียงใด ซึ่งนักเรียนควรจะคำนึงถึงเรื่องการเดินทางไปกลับระหว่างสถาบันกับที่พักไว้ด้วย เพราะหากที่พักกับสถาบันอยู่ไกลกันมากหรือเดินทางได้ไม่สะดวกเท่าที่ควรแล้ว อาจส่งผลกระทบต่อเวลาเรียน หรือผลการเรียนในระยะยาวได้

การประกันสุขภาพ ของนักเรียนในอเมริกา

เมื่อนักศึกษาจะไป ศึกษาต่อสหรัฐอเมริกา นักศึกษาควรที่จะต้องทำประกันสุขภาพด้วย ถึงแม้ว่าทางรัฐบาลอเมริกา ไม่ได้ตั้งเงื่อนไขเรื่องประกันสุขภาพตอนทำเรื่องไป เรียนต่ออเมริกา หรือตอนที่ทำเรื่อง วีซ่าอเมริกา หรือแม้กระทั่งตอน สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา ไว้ก็ตาม แต่เนื่องจากที่ อเมริกา ค่าใช้จ่ายของการรักษาพยาบาลมีอัตราที่สูงมาก ซึ่งโดยส่วนมากแล้วสถาบันการศึกษาที่ตอบรับนักเรียนเข้าทำการศึกษา มักจะเป็นผู้จัดหาการทำประกันสุขภาพให้แก่นักเรียน แต่หากทางสถาบันไม่มีบริการในส่วนนี้ นักเรียนก็ควรทำเรื่องประกันสุขภาพเอง ซึ่งการทำประกันสุขภาพนั้น ควรทำในวงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่า US$ 50,000 และให้ความคุ้มครองทั้งเรื่องอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยอื่น ๆ ด้วย โดยทั่วไปการประกันสุขภาพจะไม่ครอบคลุมถึงเรื่องของการทำฟัน, เรื่องสายตา-การตัดแว่น, ศัลยกรรมตกแต่งที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ และความเจ็บป่วยที่เป็นมาก่อนที่จะทำการประกันสุขภาพ

การเปิดบัญชีธนาคารในอเมริกา

สหรัฐอเมริกา มีธนาคารจำนวนมากที่คอยให้บริการด้านการเงิน ซึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกธนาคารของนักศึกษา ควรเลือกธนาคารที่อยู่ใกล้กับที่พัก หรือสถานศึกษาของตนเป็นหลัก เพื่อความสะดวกในการทำธุรกรรม หากใกล้ ๆ ที่พักหรือสถานศึกษามีธนาคารตั้งอยู่หลายธนาคาร ก็ควรพิจารณาถึงอัตราดอกเบี้ยประกอบการเลือกใช้บริการด้วย รวมถึงพิจารณาถึงที่ตั้งของเครื่องกดเงิน ATM ที่ให้บริการอยู่ด้วยและอาจมีปัจจัยอื่น ๆ เช่น สามารถโอนเงินโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม มีสมุดเช็คให้ฟรี เป็นต้น โดยทั่วไปแล้วธนาคารจะเปิดทำการในวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 15.00 น. ส่วนในวันเสาร์อาจเปิดให้บริการตั้งแต่ 9.00 – 12.00 น. และหยุดทำการในวันอาทิตย์

การเปิดบัญชีธนาคารในอเมริกา นักศึกษาสามารถเข้าไปติดต่อด้วยตนเองที่ธนาคาร หรือจะเปิดบัญชีแบบออนไลน์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต แล้วค่อยนำเงินไปเข้าเอทีเอ็มทีหลังก็ได้ การเปิดบัญชีธนาคารในอเมริกานั้น มักจะเปิดบัญชีแบบ checking หรือ บัญชีแบบ saving checking account กันเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นบัญชีแบบมาตรฐานคล้าย ๆ กับการเปิดบัญชีแบบ สะสมทรัพย์ หรือ ฝากประจำ ในประเทศไทย

1. บัญชี checking

ลักษณะเหมือนบัญชีออมทรัพย์ ในประเทศไทย ที่ต่างกันคือ บางธนาคารอาจจะไม่ให้ดอกเบี้ย และมาพร้อมกับสมุดเช็ค (บางธนาคารอาจมีธรรมเนียมสำหรับสมุดเช็คเล่มนี้) โดยมากจะมาเป็นเล่มพร้อมปก ในซองปกจะมีสมุดเล่มเล็กๆ อีกเล่ม ที่ไว้ให้เราบันทึกจำนวนเงินเข้า-จำนวนเงินออกจากบัญชี ทุกครั้งที่เขียนเช็ค ก็จะมาลงรายการบันทึกไว้ในสมุดเล่มนี้ เราก็จะรู้ว่า มีเงินเหลือจำนวนเท่าใด ส่วนใหญ่คนที่นิยมใช้บัญชีประเภทนี้ คือคนที่ไม่พกบัตรเครดิต โดยจะพกเงินสดติดตัวนิดหน่อย และใช้เช็คเป็นหลัก การเขียนเช็คสั่งจ่ายโดยไม่ติดตามการใช้ มักจะเกิดปัญหาเรื่องเช็คเด้ง ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยจนแทบจะเรื่องปกติในอเมริกาไปแล้ว แต่การเกิดเช็คเด้ง ไม่ใช่ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น หากเราสั่งจ่ายเช็คไป และไม่มีเงินอยู่ในธนาคารตามยอดที่เราสั่งจ่ายไป ทางธนาคารจะคิดค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ทันที มากน้อยก็ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร นอกจากนี้ ผู้รับเงิน (โดยเฉพาะที่เป็นบริษัท หรือ ร้านค้า) จะชาร์จเราเพิ่มอีกทันที ประมาณ 20 – 40 เหรียญ เพราะว่า เวลาร้านค้าเอาเช็คของเราไปขึ้นเงินที่ธนาคาร ถ้าเกิดเด้งขึ้นมา ทางร้านค้าก็ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมด้วยเช่นกัน

2. บัญชี Saving account/ Time Deposit Account

ลักษณะเหมือนบัญชีออมทรัพย์ หรือฝากประจำ ในประเทศไทย มีดอกเบี้ยให้หลายอัตรา และมีค่าธรรมเนียมดูแลรักษาบัญชี ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคารเป็นผู้กำหนดเงื่อนไข
บัญชีกรณีอื่น ๆ
1. แบบเป็นนักเรียน (student account) อาจมีข้อกำหนดว่าต้องมีเงินในบัญชีอย่างน้อยเท่าไร (minimum balance) เพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการรักษาบัญชี
2. แบบเงินจะโอนจากบัญชีกระแสรายวัน เข้าบัญชีออมทรัพย์โดยอัตโนมัติทุกเดือน (automatic transfer)
3. แบบต้องมีเงินรายได้ (จากงานที่ทำ) เข้ามาประจำทุกเดือน (direct deposit) ดังนั้นควรถามเงื่อนไขต่างๆ ให้แน่ใจก่อนเลือกบัญชีประเภทนี้

รายละเอียดเบื้องต้นที่ต้องควรทราบ ในการเปิดบัญชีกับธนาคารที่อเมริกา

1. ใช้บัตรที่มีรูปถ่าย 2 ใบ เช่น ใบขับขี่ของอเมริกา บัตรนักศึกษาของสถาบันที่ทำการศึกษาอยู่ หนังสือเดินทาง หรือถ้ามีบัตรเงินสด (debit card) ของธนาคารอื่นในอเมริกาก็สามารถใช้ได้
2. ทุกธนาคารใน สหรัฐอเมริกา จะทำ online banking ให้ลูกค้าใช้บริการ ตัวอย่างเช่น การดูรายละเอียดของเงินในบัญชี (check balance) การโอนเงินข้ามบัญชี (transfer) การชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการผ่านทางบัญชี (payment) เป็นต้น โดยสามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ของทางธนาคาร โดยใช้อินเตอร์เน็ตในการเชื่อมต่อ ซึ่งทางธนาคารจะให้เราตั้ง ชื่อผู้ใช้ (User name) กับ รหัสผ่าน (Password) ด้วยส่วนใหญ่การตั้งชื่อ จะต้องมีตัวอักษร (Alphabet) ผสมกับตัวเลข (Number) เสมอ ซึ่งการตั้งชื่อและรหัสผ่านนั้น ควรเลือกใช้ชื่อที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัวที่ไม่ง่ายจนเกินไปและเราสามารถจำได้ เพื่อความปลอดภัยของบัญชี
3. บางธนาคารจะส่งสมุดเช็ค (check book) กับบัตรเงินสด (debit card) มาให้ทีหลัง ตามที่อยู่ที่เราให้ไป (หลายธนาคารจะให้สมุดเช็คชั่วคราวมาก่อน) โดยเราควรสอบถามเรื่องระยะเวลาในการจัดส่งกับทางเจ้าหน้าที่ด้วย ซึ่งถ้านานเกินกำหนดและสมุดดังกล่าวยังมาไม่ถึง นักเรียนควรโทรสอบถามกับทางธนาคารทันที เพราะถ้าสมุดเล่มดังกล่าวถูกส่งผิด เราจะได้แจ้งให้ทางธนาคารรับทราบเรื่อง เพื่อป้องกันความสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้นได้ และเมื่อนักเรียนได้มาสมุดเช็คกับบัตรเงินสดมาแล้ว ควรตรวจสอบชื่อ นามสกุล และเลขบัญชี ว่าถูกต้องหรือไม่

หลักฐานอื่น ๆ ที่ใช้ประกอบการเปิดบัญชีธนาคาร

1. Passport
2. Social Security Number
3. Driver’s licenseหรือ State ID

ฝากคำถาม

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สอบถามพี่ๆ IEC Abroad ได้เลยค่ะ
โทร: 02-250-4585
HOT LINE : 089-151-1551 (P’Fern)
095-751-6462 (P’Oh)
095-752-4612 (P’Tor)
099-962-2069 (P’Cherry)

Line: iecabroad1, iecabroad2, iecabroad3

Email: thailand@iecabroad.com