News and Events

N’Namhom

December 19, 2017

สวัสดีค่ะ ชื่อ น้ำหอม นะคะ

อยากจะเล่าประสบการณ์ตั้งแต่ก่อนจะตัดสินใจไปเรียนปริญญาโทที่อังกฤษ การใช้ชีวิตและการเรียน ตลอดจนถึงปัญหาอุปสรรค และข้อคิดและประโยชน์ที่ได้จากการไปเรียนครั้งนี้ค่ะ

เหนือสิ่งอื่นใดเลยคือ ตั้งแต่แรกนั้นหลังจากเรียนจบปริญญาตรีจากคณะศิลปศาสตร์เอกภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ น้ำหอมก็เริ่มสมัครงานค่ะ เพราะตอนแรกไม่ได้คิดอยากจะมาเรียนต่อเลยค่ะ แต่ตัวเราเองก็ไม่รู้ว่าคุณพ่อคุณแม่เค้ามีอยากจะให้เราเรียนต่ออยู่แล้ว แต่น้ำหอมก็ไม่ขัดอะไรนะคะ เพราะตอนนั้นก็ยังอยู่ในช่วงค้นหาตัวเองค่ะ ยังไม่รู้ตัวเองจริงๆว่าอยากจะทำงานอะไร อยากเลือกทางสายอาชีพไหน ก็เลยไปสอบ IELTS ค่ะ คือต้องเกริ่นก่อนนะคะว่า โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบภาษาอังกฤษมากตั้งแต่เด็กๆแล้วค่ะ เลยชอบที่จะเรียนรู้ทางด้านภาษาอยู่แล้ว พอก่อนจะสอบ IELTS ก็ได้เข้ามาปรึกษาขอคำแนะนำที่ บริษัท IEC Abroad ค่ะ พี่ๆจึงได้จัดแจงให้ไปลองเปิดประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษก่อนค่ะ

ตอนนั้นน้ำหอมจึงได้ ไปเรียนคอร์สภาษาเพื่อเตรียมตัวสอบ IELTS ค่ะ แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากค่ะ ไม่ได้นึกว่าจะได้อะไรกลับมามากนอกจากประสบการณ์ในการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การจับจ่ายใช้สอย การดำรงชีวิตในชีวิตประจำวัน พอได้พูดคุยและปรึกษาพี่ๆที่ IEC Abroad แล้ว น้ำหอมเลยตัดสินใจไปเรียนคอร์สภาษาที่เป็นหลักสูตรเตรียมสอบ IELTS ค่ะ ที่เมือง Manchester สถาบันสอนภาษา New College Group (NCG) Manchester เป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งหลังจากได้ไปนั้น ทำให้ตัวน้ำหอมเองรู้ว่า ที่เราฝึกฝนทำข้อสอบอย่างเดียวนั้นไม่พอ เพราะ ในบางครั้ง เราก็ยังไม่เข้าใจหลักการของข้อสอบ IELTS ค่ะ แต่ที่ได้เรียนในคอร์สภาษาระยะสั้นนั้น ทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้นมากๆค่ะในการทำข้อสอบ ความกลัวและความกังวลได้ลดลงไปเยอะเลยค่ะ คุณครูที่สถาบันนั้นสอนและช่วยเหลืออย่างใกล้ชิดและเป็นกันเองมากค่ะ คือไม่มีปล่อยปะละเลยนักเรียนคนไหนเลย ไม่น่าเชื่อค่ะว่า เพียงระยะเวลา 2-3 เดือนตอนนั้น จะทำให้ช่วยเพิ่มความมั่นใจในหลายๆด้านของน้ำหอมได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากกลับมาเมืองไทยได้ไม่ถึงเดือน น้ำหอมก็สมัครสอบ IELTS แล้วก็ไปสอบเลยค่ะ ตอนนั้น สอบตอนรอบสิงหาคม ปี 2014 ค่ะ หลังจากนั้นประมาณ 2 อาทิตย์ ผลคะแนนการสอบ IELTS ก็ออกค่ะ ก็ออกมาผ่านเกณฑ์พอดีซึ่งยิ่งเป็นตัวบ่งชี้ว่า สิ่งที่เราเรียนมามันส่งผล ละมีประโยชน์ต่อตัวเราจริงๆ  พอได้รู้ผลแล้วน้ำหอมก็ดำเนินการขั้นตอนต่อไปเลยค่ะ จัดเตรียมเอกสารทุกอย่างให้พร้อม แล้วก็เริ่มลุยสมัครเรียนเองเลยค่ะ โดยได้รับการช่วยเหลือจากพี่ๆที่ IEC Abroad ในทุกขั้นตอนการสมัคร

อ้อ! ลืมบอกไปค่ะ ว่า จริงๆแล้วน้ำหอมก็ได้เริ่มๆหาคอร์สที่อยากเรียน เมืองที่อยากไป และศึกษาหาข้อมูลด้วยตัวเองเกี่ยวกับการไปเรียนปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษ นอกจากนี้ยังสามารถหารายละเอียดทั่วๆไปในสิ่งที่เราเองอยากรู้ เพื่อที่เวลานำไปปรึกษากับพี่ๆที่ IEC Abroad จะได้สะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นค่ะ ประกอบกับการที่เราได้ดูคอร์ส ได้หาข้อมูลเองในเบื้องต้นนั้น จะช่วยให้เราได้รู้ตัวเองมากขึ้นค่ะ พร้อมทั้งอาจยังได้นำไปปรึกษาหารือกันกับคนในครอบครัวด้วยค่ะ ตอนนั้นสมัครมหาวิทยาลัยไว้หลายที่มากค่ะ 3-4 แห่งเห็นจะได้ แต่สุดท้ายแล้วก็เลือกที่ Newcastle University ค่ะ เหตุที่เลือกเรียนที่นี่เป็นเพราะว่า คอร์สที่เลือกเรียนนั้นตรงใจและตรงตามความต้องการของน้ำหอมมากที่สุดค่ะ รวมถึงสภาพความเป็นอยู่ของตัวเมืองนั้นน่าอยู่ค่ะ ตัวน้ำหอมเองนั้นเคยได้ไปเที่ยวเมือง Newcastle upon Tyne มาแล้ว จึงไม่ลังเลที่จะเลือกที่นี่เป็นหนึ่งในตัวเลือกในการเรียนค่ะ ด้วยตัวสภาพบ้านเมืองที่น่าประทับใจแล้ว มหาวิทยาลัยก็ยังน่าเรียนไม่แพ้กันค่ะ เมืองNewcastle นั้น เป็นเมืองสามารถพูดได้ว่า เดินถึงกันได้ทั่วเลยค่ะ ไม่ลำบากในการเดินทางไปไหนมาไหนในตัว city centre อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีมหาวิทยาลัยอยู่ใกล้เมืองมากๆด้วยค่ะ ไม่ได้ใจกลางเมืองถึงขั้นว่าวุ่นวายมากนัก แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆอย่าง ที่ทำให้การใช้ชีวิตของน้ำหอมในต่างประเทศง่ายมากยิ่งขึ้น เมืองนี้ตั้งอยู่ในทางทิศเหนือของประเทศอังกฤษค่ะ กึ่งๆไปทางตะวันออกเฉียงเหนือค่ะ จึงมีอากาศเย็นสบายตลอดปีค่ะ แต่ว่าเวลาหน้าร้อน ก็จะมีความอากาศอุ่นมากๆเลยค่ะ

กระโดดข้ามมาที่การเรียนและการใช้ชีวิตเลยนะคะ ตอนแรกที่ไปถึงนั้น น้ำหอมไปถึงที่ Newcastle ตอนเดือนกันยายนค่ะ อากาศตอนนั้นก็กำลังดีนะคะ ไม่หนาวเย็นมากจนเกินไปทำให้เรามีเวลาปรับตัวกับสภาพอากาศ แต่ฟ้าก็จะมืดเร็วหน่อยค่ะ ประมาณ 4-5โมงเย็น ก็จะเริ่มมืดแล้วค่ะ ด้วยความที่ตอนที่มาถึงใหม่ๆ การปรับตัวต้องใช้เวลากันหน่อยค่ะ แรกๆอาจจะยังไม่ชินกับเรื่องเวลา สภาพอากาศ และร้านค้าบ้านเมืองของที่นู่น แต่ภายในระยะเวลาอาทิตย์เดียวค่ะ ทุกๆอย่างก็จะดีขึ้นเอง ในแต่ละเมืองของประเทศอังกฤษนั้นก็จะมีความแตกต่างและหลากหลายต่างกันออกไปค่ะ ซึ่งแน่นอนว่า ความคึกคัก ความมีสีสัน และ รายละเอียดบางอย่าง ก็จะต่างไปจากบ้านเราค่ะ ซึ่งมันก็เป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง ที่เราจะต้องได้เจอแทบทุกคนค่ะ แรกๆก็ต้องทำใจค่ะ ว่าอะไรหลายๆอย่างอาจจะไม่ได้เป็นไปตามอย่างที่เราคาดเอาไว้ อาจจะมาก หรือ น้อยกว่าที่เราคิด แต่ทุกอย่างแล้วล้วนเป็นประสบการณ์สอนชีวิตและสอนใจเราหมดค่ะ

หลังจากที่ได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่สหราชอาณาจักร ที่เมือง Newcastle upon Tyne นั้น เท่าที่เราทราบกันมานั้นว่า การเรียนต่อที่ประเทศอังกฤษในด้านปริญญาโทนั้นจะเป็นการเรียนในรูปแบบที่เราต้องพึ่งพาตัวเองให้มากที่สุดค่ะแล้วต้องขวนขวายให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังต้องจัดการบริหารเวลาในการเรียนและใช้ชีวิตประจำวันให้สมดุลกันอีกด้วย ซึ่งช่วยทำให้เรามีความรับผิดชอบมากขึ้น ในด้านการเรียนนั้น ส่วนตัวของน้ำหอมเองคิดว่าไม่ได้มีความต่างมากจากการเรียนปริญญาตรีที่เมืองไทยค่ะ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากๆเลยก็คือ ในเรื่องของการเขียนการทำงานส่ง เพราะระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษจะมีความเคร่งและให้ความสำคัญของ Plagiarism มาก ซึ่งการศึกษาในระบบของบ้านเรานั้น อาจจะยังไม่ได้มีความเคร่งครัดมากเท่าที่ต่างประเทศ จึงทำให้เราต้องพึงตระหนักไว้ตลอด ต่อมาคือในเรื่องของการใช้ชีวิตโดยทั่วๆไปแล้วนั้น เนื่องจากเราไปอยู่ตัวคนเดียว ก็จะได้พบเจอเพื่อนใหม่ๆสังคมใหม่ๆ หลากหลายเชื้อชาติและวัฒนธรรม อีกทั้งในเรื่องของการดูแลตัวเอง การรับผิดชอบตัวเราเอง ทั้งในเรื่องการเรียน การเงิน การใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ หากเรียนไปได้ระยะหนึ่งแล้ว พอเราเริ่มจัดการตารางเวลาและชีวิตประจำวันได้แล้ว นอกเหนือจากการเรียนเราก็อาจจะอยากหาประสบการณ์จากข้างนอก เช่น การทำงานในร้านอาหาร เพื่อจะได้ประสบการณ์ใหม่ๆ รู้จักคนมากขึ้น ได้เพื่อนได้สังคม นอกจากนี้ ยังได้เป็นการทำให้เรารู้จักค่าของเงินมากขึ้น ที่สำคัญคือ เป็นการทำให้เรารู้จักการแบ่งเวลาให้เป็นมากยิ่งขึ้น เพราะทั้งด้านการเรียน การทำงานหารายได้เสริมพิเศษ การเดินทางและการใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองนี้นั้น ไม่ได้เป็นปัญหาทั้งสิ้นเลยค่ะ เพราะมีความสะดวกสบายมาก เรียกได้ว่ามีแทบทุกอย่างที่ต้องการ

ปัญหาและอุปสรรคโดยทั่วๆไปที่ประสบเหมือนกับคนอื่นๆคือ ในบางครั้งสำเนียงการพูดของคนอังกฤษอาจเป็นอุปสรรคในการสื่อสารของเด็กนักเรียนไทย และสภาพอากาศบางคนอาจจะปรับตัวได้ช้า เนื่องจากอากาศจะมีความแปรปรวนอย่างมาก แต่นอกเหนือจากเรื่องนี้ ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วค่ะ

สำหรับการที่ได้มีโอกาสไปเรียนปริญญาโทที่ประเทศอังกฤษนั้นถือว่าเป็นช่วงเวลาที่มีคุณค่ามากๆค่ะ ได้ประโยชน์มากมายในหลายๆด้าน ช่วยสอนเราให้เราโตขึ้นมาก อีกทั้งยังทำให้เราโตขึ้นในด้านความคิดและสติสัมปัญชัญญะอีกด้วยค่ะ  วิสัยทัศน์และทัศนคติก้าวไกลมากยิ่งขึ้น มองโลกในมุมมองกว้างขึ้นกว่าเดิมค่ะ ถ้ามีโอกาสได้ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท น้ำหอมก็แนะนำให้ไปเลยค่ะ พี่ๆที่ IEC Abroad พร้อมให้ความช่วยเหลือเต็มที่ค่ะ