เส้นทางสู่นักกฎหมาย ปริญญาโท ประเทศอังกฤษ

การเรียนต่อปริญญาโทเริ่มต้นจากการค้นหาใน Google ช่วงนั้นก้ไม่ได้มีเวลาค้นหาอะไรมากมาย รู้เพียงแค่ว่าทำยังไงถึงจะได้ไปเรียน ป.โทที่อังกฤษ รู้สึกว่าตอนนั้นโชคดีมากๆ ที่ได้รู้จัก IEC Abroad เพราะความบังเอิญเช่นกัน ส่วนตัวใจหนึ่งก็อยากไปมาก อยากไปเรียน หาประสบการณ์ แต่อีกใจก็กลัวเพราะว่าเป็นคนขี้อายในการทำความรู้จักเพื่อนใหม่ๆ แต่สุดท้ายแล้วก็เลือกมหาลัยที่เหมาะสมกับตัวเองได้ ดูหลายปัจจัย เมืองที่จะไปอยู่ ชื่อเสียงของมหาลัย ราคา หรือดูแม้กระทั่งว่าเมืองมีร้านอาหารไทยหรือไม่ ซึ่งตอนแรกก็เล็งไว้หลายๆเมืองจนมาจบที่ University of Kent ซึ่งอยู่ใน เมือง Canterbury ยอมรับว่าช่วงที่ทำวีซ่าเป็นช่วงที่งง และใกล้สอบไม่มีเวลาทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

แต่พี่ๆของบริษัทค่อยช่วย คอยโทรตามหนังสือต่างๆจากมหาลัยจนในที่สุดก็ได้ไปอย่างใจหวัง  ช่วงเวลาที่อยู่อังกฤษเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก เมือง Canterbury พูดอย่างเป็นกลางจากประสบการณ์ที่ตนเองเป็นนักท่องเที่ยวมาอย่างโชกโชน ต้องยอมรับว่า Canterbury เป็นเมืองรุ่นเก่าที่สวยและน่าจะจำที่สุดเท่าที่เคยท่องเที่ยวในอังกฤษมา อีกทั้งระหว่างเรียนได้เจอเพื่อนคนไทยกลุ่มเล็กๆประมาณ 5-6 คนที่เรียนคณะกฎหมายด้วยกัน และเนื่องจากตัวมหาลัยมีลักษณะเป็น campus ทำให้อยู่ใกล้ๆกัน สนิทกันง่ายมากๆ เหมือนโรงเรียนประจำ บางคนอาจคิดว่าไปแล้วไม่อยากเจอคนไทย อันนี้ขอบอกเรยว่า ข้อแรก เป็นไปไม่ได้เพราะทุกมหาลัยมีคนไทยอยู่ แล้วแต่ว่ามากหรือน้อย ข้อสอง ถ้าไม่อยากรู้จักคนไทยหรือไม่มีเพื่อนคนไทย ชีวิตจะเหงาและหดหู่มาก อีกทั้งการเรียนจบป.โท นั้นไม่ใช่มีปัจจัยเพียงด้านภาษาอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความช่วยเหลือซึ่งกันและกันของเพื่อน ซึ่งยิ่งถ้าเราไม่ได้ภาษา หรือภาษายังไม่แข็ง เพื่อนคนไทยด้วยกันกลายเป็นส่วนที่ช่วยกันทำให้เรียนจบกันทุกคน และประเด็นที่สำคัญที่สุด อาจารย์ที่ Kent นี่เปรียบเสมือนพ่อแม่ได้เรย ดูแลอย่างดีมากๆ ไม่เข้าใจอะไรก็เข้าๆไปพบพูดคุย ตัวอาจารย์เองก็ช่วยสุดความสามารถเพื่อให้เราเข้าใจ และได้พัฒนาภาษาตามเพื่อนๆในห้องให้ทัน

ในด้านของตัวมหาลัย University of Kent ถือว่าเป็นว่า University of European คือคนยุโรปเยอะมาก และพุดภาษาอังกฤษกันเก่งมาก ยิ่งเฉพาะคน เนเธอร์แลนด์ เพื่อนที่เป็นคนอังกฤษเองยังยอมรับว่าคน Dutch สามารถพูดภาษาอังกฤษรู้เรื่องกว่าคนอังกฤษด้วยกันอีก 55+ ถือว่าเป็นข้อได้เปรียบที่ได้อยู่ถามกลางคนเหล่านี้ ได้ฝึกภาษา และ เรียนรู้วัฒนธรรม และเพื่อนๆชาวต่างประเทศที่นี่ไม่เคยเหยียดเรื่องเชื้อชาติ หรือทำให้เราไม่สบายใจเรย เป็นสังคมที่ friendly มาก ตัวผมเองมีโอกาสเรียนมหาลัยในลอนดอนอีก 1 ปี บอกตามความรู้สึกคือ คิดถึงบรรยากาศที่ University of Kent มาก ในลอนดอนคนมากกว่า กิจกรรมเยอะกว่าแต่กลับกลายว่ารู้สึกเหงากว่า

เนื่องจากเป็นคนไม่ได้รวยมากแต่ชอบท่องเที่ยวมาก ซึ่งก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีอีกที่ได้เรียนที่นี่เนื่องจากค่าที่พักถูก และค่ากินอยู่ก็ถูกกว่าปีที่เรียนที่ลอนดอนเป็นอย่างมาก คือส่วนตัวไม่ได้ทำงานเพิ่มแต่กลับมาเงินเหลือ เรยตั้งใจว่าจะใช้เงินส่วนนี้ไปเที่ยว ซึ่งจากอังกฤษเดินทางด้วยสายการบิน Low cost นี่ถูกมาก คือเช่นจากอังกฤษไป อิตาลี

ไปกลับได้ตั๋ว 1200 บาท หรือ อังกฤษไป โปแลนด์ ราคา 1000 บาท และมหาลัยเองก็อยู่ใกล้กับสนามบินที่สายการบิน Low cost ใช้ลงจอดคือ Gatwick airport ซึ่งห่างออกไปเพียงแค่ 1 ชม 20 นาที จากตัวเมือง Canterbury อีกทั้งเมืองใกล้ๆ Canterbury ก็เป็นเมืองที่สวยมากๆ โดยเฉพาะในหน้าร้านก็สามารถเดินทางไปทะเลได้ ซึ่งนั่งรถเมล์จาก Canterbury ไปแค่ 20 นาที เช่น Broadstairs หรือ Whitstable เป็นต้น ซึ่งเป็นเมืองที่ไปนอนอาบแดด หรือเล่นน้ำทะเลได้ชิวๆ ในหน้าร้อน ท้ายที่สุดนับว่าเป็นปีที่คุ้มค่ามากๆ ได้ทั้งปริญญา 1 ปี แต่เพื่อนสนิทมากๆและจริงใจต่อกันหลายคน ได้เพื่อนฝรั่งที่เวลาไปเที่ยวก็ไปพักกับเค้าได้ ได้ไปเที่ยวประเทศอื่นๆ อีก 5-6 ประเทศ โดยใช้งบไม่เยอะ ส่วนที่ยุ่งยากที่สุดคือกระบวนการขอ วีซ่าเผื่อให้ได้ไปอังกฤษ เพราะมันมีเอกสารจุกจิกมากมาย พี่ๆ ก็คอยช่วยจัดการให้ สำหรับผมให้คะแนน 95 เต็ม 100 เรย อีก 5 คะแนนหักไว้ก่อน

เเละหลังจากนั้นน้องโดมก็ได้ไปต่อปริญญาโทใบที่ 2 ที่ King’s College University of London ด้าน กฏหมายต่ออีกค่ะ เข้ามาอ่านกันเลย

บทความอื่นๆที่น่าสนใจ: https://iecabroad.co.th/blog/born-to-be-an-architect/

https://llm-guide.com/schools/uk-ireland/uk