Enquire Now

Study in Australia

ข้อมูลทั่วไปประเทศออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย Australia ตั้งอยู่ในซีกโลกใต้ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศไทย ลักษณะประเทศเป็นเกาะ ออสเตรเลียเป็นทวีปที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก แต่เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ การปกครองระบอบประชาธิปไตย มีสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เอลิซาเบธที่ 2 แห่งราชอาณาจักรอังกฤษเป็นประมุข นายกรัฐมนตรี เป็นฝ่ายบริหารประเทศ

ปัจจุบันออสเตรเลียมีประชากรกว่า 24 ล้านคน อาศัยอยู่หนาแน่นแถบชายฝั่งตะวันออกของประเทศ ประกอบด้วยคนจากหลากหลายเชื้อชาติวัฒนธรรมกว่า 140 ประเทศที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานตลอด 50 ปีที่ผ่านมา จึงทาให้ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสังคมแบบสหวัฒนธรรม ภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบสูงและตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก พื้นที่ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะตอนกลางของประเทศเป็นทะเลทรายแห้งแล้ง และทุรกันดารเรียกว่า “เอาต์แบ็ก” ประชากรออสเตรเลียส่วนใหญ่จึงอาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลทั้งทางทิศตะวันออก และตะวันตก พื้นที่ของเกาะมีประมาณ 7.6 ล้านตารางกิโลเมตร


รัฐ และเมืองต่างๆ

ออสเตรเลียปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย และเป็นประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ประกอบไปด้วยรัฐ 6 รัฐ และเขตปกครองตนเอง 2 มณฑล แต่ละรัฐมีเมืองหลวงเป็นของตนเอง โดยเมืองหลวงและศูนย์กลางการปกครองของออสเตรเลีย คือ กรุงแคนเบอร์รา (Canberra) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของออสเตรเลียนแคปปิตอล เทอร์ริทอรี่ (Australian Capital Territory)
• นิวเซาท์เวลส์ New South Wales (NSW) เมืองหลวงคือ ซิดนีย์ (Sydney)
• ควีนส์แลนด์ Queensland (QLD) เมืองหลวงคือ บริสเบน (Brisbane)
• วิกตอเรีย Victoria (VIC) เมืองหลวงคือ เมลเบิร์น (Melbourne)
• แทสมาเนีย Tasmania (TAS) เมืองหลวงคือ โฮบาร์ต (Hobart)
• เซาท์ออสเตรเลีย South Australia (SA) เมืองหลวงคือ อะดิเลด (Adelaide)
• เวสเทิอร์นออสเตรเลีย Western Australia (WA) เมืองหลวงคือ เพิร์ท (Perth)
• นอร์ทเทิร์นเทอริทอรี Northern Territory (NT) เมืองหลวงคือ ดาร์วิน (Darwin)
• ออสเตรเลียนแคปปิตอลเทอร์ริทอรี่ Australian Capital Territory (A.C.T.) เมืองหลวงคือ กรุงแคนเบอร์รา (Canberra) เมืองหลวงของประเทศออสเตรเลีย


สภาพภูมิอากาศ & ฤดูกาล

ออสเตรเลียแตกต่างกันไปในแต่ละรัฐและพื้นที่ สภาพอากาศทั่วไปจะเป็นแบบเขตร้อนจนถึงเขตอบอุ่น โดยตอนบนของประเทศจะมีอุณภูมิที่สูงกว่าตอนล่างเพราะอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรมากกว่า โดยอุณหภูมิเฉลี่ยต่าสุดที่รัฐ Tasmania ประมาณ 0-12 องศาเซลเซียส และอุณหภูมิเฉลี่ยสูงสุดที่ตอนบนของรัฐ Queensland, Northern Territory และ Western Australia ประมาณ 33-34 องศาเซลเซียส
• ฤดูร้อน (Summer) : เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์
• ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) : เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคม
• ฤดูหนาว (Winter) : เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม
• ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) : เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน


เวลา

ประเทศออสเตรเลียเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้าง จึงมีความแตกต่างของเวลาตามมาตรฐานกรีนิช (Greenwich Mean Time, GMT) โดยจัดแบ่งออกเป็น 3 โซน ดังนี้
• Eastern Standard Time-EST (GMT+10) เร็วกว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง ใช้ในรัฐ New South Wales, Victoria, Tasmania, Queensland และ Canberra (เช่น เมือง Sydney, Melbourne, Brisbane และ Gold Coast)
• Central Standard Time – CST (GMT+9.5) เร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมงครึ่ง ใช้ในรัฐ South Australia และเขตปกครอง Northern Territory (เช่น เมือง Adelaide)
• Western Standard Time – WST (GMT+8) เร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง ใช้ในรัฐ Western Australia (เช่น เมือง Perth)
(**ประเทศไทยอยู่ในเขตเวลาที่ GMT+7)
ในแต่ละปีจะมีช่วงที่เรียกว่า Daylight Saving ที่ประเทศออสเตรเลียจะมีเวลาในช่วงกลางวันยาวนานกว่าในช่วงกลางคืน ดังนั้น ในรัฐ Victoria New South Wales, South Australia และ Tasmania จึงมีการประกาศปรับเวลาให้เร็วขึ้นจากเดิมอีก 1 ชั่วโมง ในช่วงเดือนตุลาคมจนถึงมีนาคมของทุกๆ ปี


สกุลเงิน

สกุลเงินตราของประเทศออสเตรเลียคือ ดอลลาร์ ค่าเงินต่าง ๆ แบ่งได้ดังนี้
• เหรียญสีเงิน 5 เซ็นต์, 10 เซ็นต์, 20 เซ็นต์, 50 เซ็นต์
• เหรียญสีทอง 1 ดอลลาร์ , 2 ดอลลาร์
• ธนบัตร 5 ดอลลาร์* , 10 ดอลลาร์* , 20 ดอลลาร์ , 50 ดอลลาร์* , 100 ดอลลาร์
ISO code: AUD
สัญลักษณ์: $ หรือ A$, AU$


ระบบการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย

การศึกษาต่อในประเทศออสเตรเลียนั้น ถือว่าเป็นที่นิยมมากสำหรับนักเรียนต่างชาติจากทั่วโลกที่เข้ามาเรียน นอกจากการศึกษาที่ประเทศออสเตรเลียจะเป็นประเทศที่เหมาะสมต่อการเรียนมากที่สุดแห่งหนึ่งแล้ว ยังมีคุณสมบัติที่ครบถ้วนในเรื่องของมาตรฐานการศึกษาในสาชาวิชาชีพ เรียนภาษา มีผู้สอนที่มีคุณภาพและเป็นที่เชี่ยวชาญ โดยที่ประเทศออสเตรเลียมีสถาบันให้นักเรียนเลือกเรียนได้มากกว่า 1,200 สถาบัน และหลักสูตรให้เลือกกว่า 22,000 หลักสูตร ซึ่งมั่นใจได้เลยว่านักเรียนที่ได้ไปศึกษาต่อที่ประเทศที่ออสเตรเลีย ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น ไปจนถึงคอร์สเรียนภาษาเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ระดับการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย แบ่งออกเป็น ระดับประถมศึกษา,ระดับมัธยม,วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง, หลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย, ระดับปริญญาตรี, ระดับปริญญาโท, ระดับปริญญาเอก


ระดับประถมศึกษา Primary School

โรงเรียนประถมของรัฐบาลจะเป็นแบบสหศึกษา เอกชนจะเป็นแยกชาย หญิง มีอาจารย์ประจำชั้นเป็นผู้สอนวิชาพื้นฐานทั้งหมด

ระดับมัธยม Secondary Education

แบ่งออกเป็น 2 ส่วน
มัธยมศึกษาตอนต้น (Year 7-10 หรือเทียบเท่า ม.1 – ม.4 ของไทย)
มัธยมศึกษาตอนปลาย (Year 11-12 หรือเทียบเท่า ม.5 – ม.6 ของไทย)


วิทยาลัยเทคนิคและการศึกษาต่อเนื่อง College of technical and Further Education

เหมาะสำหรับนักเรียนที่เรียนจบในระดับมัธยมศึกษาในปีที่ 4 แล้ว การเรียนการสอนสำหรับหลักสูตรนี้เกี่ยวข้องกับการเรียนในรูปแบบทักษะของด้านวิชาชีพด้านอุตสาหกรรม พาณิชยากรมและศิลปะ
ซึ่งมีการแบ่งการสอนเป็น 3 ระดับ ดังนี้
• Certificate I-IV (ระยะเวลาเรียน 6 เดือน) หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ความรู้ในด้านของการปฏิบัติงาน
• Diploma หรือ อนุปริญญา (ระยะเวลาเรียน 2 ปี) หลักสูตรเกี่ยวกับการเรียนควบภาคทฤษฎีกับทักษะเชิงเทคนิคและเชิงสร้างสรรค์ระดับสูง อีกทั้งยังเป็นหลักสูตรพื้นฐานสำหรับนักเรียนที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี
• Advanced Diploma (ระยะเวลาเรียน 2-3 ปี) ภาคการเรียนของหลักสูตรนี้เริ่มเรียนตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์จนถึงเดือนธันวาคม แบ่งเป็นทั้งหมด 2 ภาคซึ่งจะคล้ายกับภาคการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยเลย การเรียนการสอนของหลักสูตรนี้จะมีการเรียนการสอนในหลากหลายสาขาวิชาควบคู่กับการเรียนภาษาอังกฤษไปด้วย


หลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย Foundation Studies

ปัจจุบันในประเทศออเตรเลียมีจำนวนของมหาวิทยาลัยมากกว่า 40 แห่ง (รัฐบาล 38 แห่ง และอีก 2 แห่งเป็นเอกชน) มหาวิทยาลัยออสเตรเลียเปิดสอนหลักสูตรระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก และบางแห่งเปิดสอนระดับอนุปริญญาด้วย สาขาวิชาที่เปิดสอนครอบคลุมทั้งสาขาทาง วิชาชีพและวิทยาการต่าง ๆ เช่น วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ การแพทย์ และธุรกิจ สาขาวิชาที่นักศึกษาต่างชาตินิยมเรียนมากที่สุดคือ ธุรกิจ การบริหาร การจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ และวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น


ระดับปริญญาตรี

ระยะเวลาในการเรียนของระดับปริญญาตรีจะใช้เวลาเรียนประมาณ 3 – 6 ปี หรือมากกว่า 6 ปีขึ้นอยู่กับบางสาขา การรับนักศึกษาเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยของประเทศออสเตรเลีย จะพิจารณาจากผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือจากคุณวุฒิที่เทียบเท่า แต่ถ้านักศึกษาคนไหนที่มีผลคะแนนที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ นักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าจากประเทศไทย นักศึกษาสามารถลงเรียนในหลักสูตรของ Foundation หรือ หลักสูตรเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยนั่นเอง

ระดับปริญญาโท

ระยะเวลาในการเรียนของระดับนี้จะใช้เวลาเรียนประมาณ 1-2 ปี การเรียนระดับปริญญาโทสามารถเป็นแบบเข้าชั้นเรียนหรือแบบทำการวิจัยหรือควบทั้งสองอย่างก็ได้ ผู้ที่จะเข้าศึกษาต่อปริญญาโทจะต้องมีคุณวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าและมีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ บางมหาวิทยาลัยอาจขอให้นักศึกษาลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (Graduate Certificate) หรืออนุปริญญาโท (Graduate Diploma) หรือหลักสูตรเตรียมศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่เรียกว่า “Qualifying Program” หรือ “Preliminary Program” เพื่อขอประเมินผลการเรียนว่าจะสามารถศึกษาต่อในระดับปริญญาโทได้หรือไม่

ระดับปริญญาเอก หรือเรียกย่อๆว่า Ph.D (Doctor of Philosophy)

สำหรับในระดับนี้เป็นการศึกษาชั้นสูงในการทำวิจัยในสาขาวิชาเฉพาะทาง เพราะฉะนั้นนักศึกษาควรมีพื้นฐานในการทำวิจัยหรือเขียนวิทยานิพนธ์ ภาคการศึกษาเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์จนถึงเดือนพฤศจิกายน แบ่งเป็น 2 ภาคการศึกษา


Sydney ซิดนีย์
เป็นเมืองหลวงของรัฐ New South Wales มีประชากรมากว่า 4 ล้านคน เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในออสเตรเลีย เป็นเมืองที่นักเรียนไทย นิยมไปเรียนมากที่สุดในประเทศออสเตรเลีย โดยเฉพาะหลักสูตร เรียนภาษาอังกฤษทั่วไป ซิดนีย์ เป็นเมืองแห่งสีสันถ้าจะเปรียบเทียบกับกรุงเทพ ฯ แล้ว มีอะไรที่เหมือนกันหลายอย่างเช่น มีแหล่ง Shopping มากมาย ระบบคมนาคมที่ใช้ระบบรางเป็นหลัก รวมถึงความหนาแน่นของประชากร แต่สิ่งที่ ซิดนีย์ดูจะเหนือกว่ากรุงเทพ ฯ มาก ๆ ก็คือ ความสะอาด ความมีระเบียบวินัยพลเมือง และมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เช่น Opera House, Sydney Harbour Bridge และอีกองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญของนักเรียนไทย อยากไปเรียนต่อที่ซิดนีย์ คือ ซิดนีย์ มีงาน Part Time ให้ทำเยอะมากซึ่งเป็นผลดีอย่างมากในการที่นักเรียนจะได้มีโอกาส หารายได้พิเศษมาใช้ในชีวิตประจำวัน

Melbourne เมลเบิร์น
เป็นเมืองหลวงของรัฐวิกตอเรีย ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1835 ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำยาร์ร่า เมืองนี้ได้รับขนานนามว่า “Garden city” เนื่องจากเป็นเมืองที่มีสวนสาธารณะมากมาย ในช่วงเช้าจะมีผู้คนนิยมมาออกกำลังกาย เมลเบิร์นเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศออสเตรเลีย ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ มีประชากรประมาณ 3,806,092คน เป็นเมืองที่น่าอยู่มากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก เนื่องจากความปลอดภัย ค่าครองชีพที่ค่อนข้างต่ำ นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่สะอาด สวยงาม

Brisbane บริสเบน
เป็นเมืองหลวงของรัฐควีนสแลนด์ มีประชากร 1.6 ล้านคน เป็นรัฐที่ใหญ่อันดับสองรองมาจากรัฐเวสเสเทอร์นออสเตรเลีย (Western Australia) ได้รับขนานนามว่า Sunshine State เป็นรัฐที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อหลายแห่งเช่น Gold Coast และมีแนวปะการัง (Great Barrier Reef) ที่ยาวที่สุดในโลกอีกด้วย

Perth เพิร์ท
เป็นเมืองหลวงของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำสวอน (Swan River) และเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวา ด้วยถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่โล่งกว้าง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็น การขี่จักรยานไปรอบๆ แม่น้ำสวอน ช้อปปิ้งบนถนนคิงส์สตรีท (King Street) จับจองที่นั่งเพื่อดูโชว์ที่สเตรทเธียเตอร์ (State Theater) ในย่านนอร์ธบริดจ์ (Northbridge) ล่องแม่น้ำด้วยเรือครูซที่บาแรค สแควร์ (Barrack Square) ชมพระอาทิตย์ตกดินที่คอทเทสโล บีช (Cottesloe Beach) และอีกมากมาย รวมทั้งการนั่งเรือเฟอร์รี่ไปยังเซ้าท์เพิร์ท (South Perth) เพื่อชมเส้นขอบฟ้าอันระยิบระยับเมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ไม่ไกลจากที่นี้ ขับรถเพียงแค่ 30 นาที หรือนั่งรถไฟ ก็จะมาถึงเมืองท่าฟรีแมนเทิล ซึ่งเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความร่ำรวยทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ โดยมีสถานที่ที่น่าสนใจ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ Western Australian Maritime Museum เรือนจำฟรีแมนเทิล (Fremantle Prison) และราวน์เฮาส์ (Roundhouse)

Adelaide แอดิเลด
เป็นเมืองหลวงของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย (South Australia) ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1836 ชื่อของเมืองมีที่มาจากพระนามของ แอดิเลดแห่งแซ็กซไมนิงเก็น (Adelaide of Saxe-Meiningen) สมเด็จพระราชินีแห่งสหราชอาณาจักร พระอัครมเหสีในสมเด็จพระเจ้า
วิลเลียมที่ 4 ด้วยความเป็นเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม Lonely Planet นิตยสารท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก จึงจัดอันดับให้แอดิเลด เป็น 1 ใน 10 เมือง ที่น่าไปเยือนมากที่สุดประจำปี ค.ศ. 2014

Latest Events
26 May 2019
10AM - 7PM
Chennai
4 November 2018
3PM - 8PM
Bangkok, TH
We use cookies and similar tech to improve our website, customize content and ads. By using our site, you agree to this use of browsing information by us and our service partners. Read our policy for details and opt out info. Find out more. OK