Enquire Now

Study in UK

ข้อมูลทั่วไปประเทศอังกฤษ

ประเทศอังกฤษ (England) ที่จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของ สหราชอาณาจักร (ชื่อเต็ม United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland ซึ่งนิยมเรียกสั้นๆ กันแค่ United Kingdom) หมายถึง ดินแดนที่รวมทั้งเกาะใหญ่ (Great Britain) และแคว้นไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) ดินแดนทั้งหมดนี้ได้รวมอาณาเขต 4 ประเทศไว้ด้วยกัน คือ
• อังกฤษ (England)
• สก๊อตแลนด์ (Scotland)
• ไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland)
• เวลส์ (Wales)
โดยประเทศอังกฤษนั้นเป็นส่วนหนึ่งของเกาะบริเตนใหญ่ แต่ถึงอังกฤษจะถูกนิยมเรียกว่าประเทศก็จริง แต่หลังจากที่มีการสถาปนาอาณาจักร   บริเตนใหญ่ขึ้นเป็นประเทศในปี ค.ศ. 1707 แล้วอังกฤษก็ไม่ถือว่าเป็นรัฐอิสระอีกต่อไป แต่คนไทยมักจะชอบใช้คำว่า “อังกฤษ” แทนสหราชอาณาจักร เมืองหลวง คือ “กรุงลอนดอน”

คำว่า “อิงแลนด์” (England) ซึ่งเป็นชื่อในภาษาอังกฤษของอังกฤษในปัจจุบัน ได้มาจากชื่อ “อังเกิล” (Angles) ซึ่งเป็นชนเผ่าหนึ่งในบรรดาชนเผ่าเยอรมันหลายเผ่าที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในดินแดนนี้ ตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 ถึง 6 โดยมาจาก “Engla Land” และกลายมาเป็น “England” ในปัจจุบัน

ประเทศอังกฤษเป็นประเทศที่มีความเจริญ ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ศิลปะ อุตสาหกรรม และการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบการศึกษาของประเทศอังกฤษ จัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษา ซึ่งมีห้องสมุด และแหล่งค้นคว้าทางวิชาการมากมาย จึงไม่น่าแปลกเลยที่จะมีผู้ให้ความสนใจมาศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษเป็นจำนวนมากในแต่ละปี นอกเหนือจากประวัติศาสตร์ และระบบการเมืองการปกครองที่มีมายาวนานนับศตวรรษ ประเทศอังกฤษยังจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีภูมิประเทศที่สวยงาม ทั้งธรรมชาติ รวมไปถึงงานสถาปัตยกรรมเก่าแก่ เช่น ปราสาท และพระราชวังต่างๆ


สภาพภูมิประเทศ :

สหราชอาณาจักรอังกฤษตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของทวีปยุโรป มีพื้นที่โดยรวมทั้งสิ้นประมาณ 244,820 ตารางกิโลเมตร และเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้รับความนิยมจากนักศึกษาต่างชาติ ในการไปศึกษาต่อ อันเนื่องมาจากภูมิประเทศที่สวยงาม มีความเจริญทางด้านวัฒนธรรม อุตสาหกรรม ความมีคุณภาพของการศึกษา และการเป็นศูนย์รวมแหล่งวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย


ภูมิอากาศ & ฤดูกาล

สภาพภูมิอากาศของสหราชอาณาจักร จัดอยู่ในประเภทค่อนข้างหนาว และมีความชื้นสูง เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ มีกระแสน้ำอุ่น และน้ำเย็นไหลผ่านทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง ทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และจะมีฝนตกทางภาคตะวันตกมากกว่าทางภาคตะวันออก อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคมประมาณ 2-4 °C และสูงสุดในช่วงเดือนกรกฎาคม ประมาณ 18-22 °C อย่างไรก็ดี กล่าวโดยรวมได้ว่าสหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่มีความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศค่อนข้างสูง โดยในบางวันอาจมีสภาพอากาศให้ได้เห็นเกือบทุกรูปแบบก็ว่าได้

ฤดูใบไม้ผลิ (Spring): เดือนมีนาคม – เดือนพฤษภาคมอุณหภูมิโดยทั่วไปประมาณ 15-20 องศา
ฤดูร้อน (Summer): เดือนมิถุนายน – เดือนสิงหาคม อุณหภูมิโดยทั่วไปประมาณ 18-32 องศา
ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn): เดือนกันยายน – เดือนพฤศจิกายน อุณหภูมิโดยทั่วไปประมาณ 8-14 องศา
ฤดูหนาว (Winter): เดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ อุณหภูมิโดยทั่วไปประมาณ 0-7 องศา


เวลา

ช่วงปลายเดือนมีนาคม – ปลายเดือนตุลาคม ประเทศอังกฤษจะมีเวลาเร็วกว่าในประเทศไทยประมาณ 6 ชม.
ช่วงปลายเดือนตุลาคม – ปลายเดือนมีนาคม และเวลาเร็วกว่าเมืองไทย 7 ชม.


สกุลเงิน :

สกุลเงินที่ใช้ในสหราชอาณาจักร เป็นสกุลเงินที่เรียกว่า Great British Pound (เกรทบริติชพาวด์) แต่ชื่อสกุลที่เรียก คือ Pound Sterling และคนไทยมักจะเรียกกันว่า “ปอนด์”
ISO code: GBP
สัญลักษณ์: £


ระบบการศึกษาในประเทศอังกฤษ

ส่วนใหญ่นักเรียนที่ประเทศอังกฤษ จะเริ่มเรียนกันตั้งแต่อายุ 5 ปีถึง 16 ปีโดยเป็นการศึกษาภาคบังคับ เด็กนักเรียนที่อังกฤษส่วนใหญ่จะเรียนในโรงเรียน แต่ถ้าเป็นนักเรียนต่างชาติที่มาศึกษาต่อที่อังกฤษ ในระดับมัธยมศึกษานักเรียนจะต้องลงเรียนในโรงเรียนเอกชนเท่านั้น

ช่วงของปีการศึกษาที่เปิดเรียนจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ช่วง

  • ภาคต้น (Autumn Term) จะเริ่มเรียนในช่วงปลายเดือนกันยายนถึงกลางเดือนธันวาคม
  • ภาคกลาง (Spring Term) จะเริ่มเรียนในช่วง เริ่มกลางเดือนมกราคมถึงปลายเดือนมีนาคม
  • ภาคปลาย (Summer Term) จะเริ่มเรียนในช่วงเริ่มปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม

ระดับการศึกษาในประเทศอังกฤษ มีด้วยกันทั้งหมด 4 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา และระดับปริญญา


ระดับประถมศึกษา ( Preparatory School )

  • สำหรับนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 5-13 ปี โดยหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับนี้จะเน้นให้เด็กมีทักษะในการเขียน และทักษะด้านตัวเลข เพื่อพัฒนาเด็กให้มีความรู้ ความสามารถตามวัย
  • ระดับเตรียมประถมศึกษา (Pre – Preparatory School) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 5 -7 ปี
  • ระดับประถมศึกษา (Preparatory School) รับนักเรียนอายุตั้งแต่ 8 -13 ปี

ระดับมัธยมศึกษา (Public School)

สำหรับนักเรียนที่มีอายุตั้งแต่ 13 ปีขึ้นไป ได้จนถึงอายุ 18 – 19 ปี รวมระยะเวลาศึกษาทั้งหมด 5 ปี ซึ่งเราจะเรียกว่า “year 9 – year 13” หรือ “Form 3 – Form 6” (สำหรับโรงเรียนที่เรียกระดับชั้นเป็น Form) แต่สำหรับนักเรียนชาวต่างชาติจะมีสิทธิ์เรียนต่อที่ (Independent School) โรงเรียนมัธยมของเอกชนเท่านั้น ซึ่งนักเรียนทุกคนจะต้องทำการสอบวัดผลความรู้ และความสามารถเพื่อนำไปใช้ในการยื่นสมัครเข้าเรียนในระดับอุดมศึกษาต่อไป โดยจะสอบประมาณเดือนมิถุนายน ถึงเดือนกรกฎาคมของทุกปี การสอบจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ

1. GCSE (General Certificate of Secondary Education) การสอบระดับนี้ จะสอบเมื่อเด็กมีอายุประมาณ 16 ปีขึ้นไป นักเรียนเลือกสอบประมาณ 6-10 วิชา เช่น วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ สังคมศึกษา ภาษาต่างประเทศ ศิลป ฯลฯ และผลการสอบจะแบ่งเป็น 7 ระดับ คือ Grade A, B, C, D, E, F, G ผู้ที่สอบได้ Grade C ขึ้นไปจึงจะถือว่าสอบผ่าน นักเรียนที่สอบ GCSE ได้แล้ว (อย่างน้อย 5 วิชา) หากจะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา จะต้องศึกษาต่ออีกประมาณ 2 ปี ในระดับ A Level (Advanced Level) หรือ ระดับ The International Baccalaureate (IB) Diploma
2. GCE A Level (GCE Advanced) หรือที่รู้จักกันในนาม Sixth Form Colleges โดยใช้ระยะเวลา 2ปีและมีการสอบปลายปีในแต่ละปีการศึกษา A Level เป็นการสอบเพื่อวัดความสามารถทางวิชาการของเด็ก ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป มีวิชาให้เลือก 50 กว่าวิชา ส่วนใหญ่นักศึกษาในระดับ A Level จะลงเรียนเพียง 2-4 วิชา เพื่อที่จะได้ศึกษาแต่ละวิชาอย่างลึกซึ้ง วิชาที่นักศึกษาเลือกเรียนมักจะเกี่ยวข้องกับหลักสูตรหรือสาขาที่ต้องการ ศึกษาต่อ ในระดับปริญญาตรี
ผลการสอบ A Level มี 5 ระดับ คือ A, B, C, D, E แต่ Grade ที่ได้ทั้ง 5 ถือว่าสอบผ่านทั้งหมด มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่พิจารณารับผู้มีผลการสอบในระดับ C ขึ้นไป บางแห่งอาจรับเฉพาะผู้ที่ได้คะแนนระดับ A และ B
3. IB The International Baccalaureate (IB) Diploma เป็นประกาศนียบัติทางด้านวิชาการระดับมัธยมศึกษาตอนปลายอายุระหว่าง 16 ถึง19 ปี ให้มีความพร้อมในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย ในทุกประเทศ หลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรเข้มข้นโดยใช้เวลาเรียน 2 ปี หลักสูตรของ International Baccalaureate จะประกอบไปด้วยหกวิชาหลักๆ ได้แก่ ภาษาอังกฤษ ภาษาที่สอง(อาจจะเลือกเป็นภาษาของตนเองก็ได้) วิทยาศาสตร์เชิงการทดลอง ศิลปะ เลข และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์

นอกจากนี้นักเรียนจะต้องมีส่วนร่วมในกิจกรรมอาสาพัฒนาชุมชน กิจกรรมกีฬา และงานสร้างสรรค์ทางศิลปะอีกด้วย แก่นของหลักสูตรนั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 4 องค์ประกอบใหญ่ๆ ได้แก่

  • การเขียนเรียงความอย่างมีประสิทธิภาพ – จะมีการสอนเขียนเรียงความมากถึง 4,000คำต่อหนึ่งเรื่อง ในหัวข้อที่นักเรียนสนใจ
  • ทฤษฎีการเรียนรู้ – อีเอฟได้บรรจุและประยุกต์ใช้ปรัชญาความเข้าใจ และธรรมชาติการเรียนรู้ของนักเรียน เข้าไปในหลักสูตรและบทเรียนด้วย
  • ความคิดสร้างสรรค์ การลงมือทำ และการให้บริการ – ได้ถูกบรรจุอยู่ในชั้นเรียนต่างๆในหลักสูตร อาทิเช่น ศิลปะ กีฬา และอาสาพัฒนาชุมชน
  • นักเรียนจะเลือกเรียนหนึ่งวิชาจากแต่ละกลุ่มวิชา รวมเป็น 6 วิชา โดยปกติ 3 วิชาจะอยู่ในระดับชั้นที่สูงกว่าอีก 3 วิชาซึ่งจะเรียนในระดับมาตรฐาน หลักการเรียนรู้ทั้ง 3 ส่วนเป็นภาคบังคับของหลักสูตร และเป็นหลักปรัชญาของหลักสูตรนี้

ระดับอาชีวศึกษา (Further Education)

เป็นการศึกษาที่จัดขึ้นเพื่อให้นักเรียนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ซึ่งเหมาะกับนักเรียนที่ไม่ต้องการจะศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา แต่ต้องการที่จะมีคุณวุฒิทางวิชาชีพต่างๆ เพื่อนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ คุณวุฒิวิชาชีพ สถาบันการศึกษาด้านอาชีวศึกษานี้ มีทั้งของรัฐบาลและของเอกชน

สถาบันการศึกษาของรัฐบาล

มีประมาณ 500 แห่ง เปิดสอนหลักสูตรต่างๆ ได้แก่ บริหารธุรกิจ การโรงแรม การเกษตร วิศวกรรม ช่างเทคนิค ฯลฯ การศึกษาระดับอาชีวะจะได้วุฒิบัตรจาก Business and Technician Education Council (BTEC) ส่วนในสกอตแลนด์ จะได้รับวุฒิบัตรจาก Scottish Vocational Education Council (SCOTVEC) แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้ คือ

  • Higher National Certificate/Diploma (HNC/HND)
    เป็นการศึกษาในระดับสูงสุดของระดับอาชีวศึกษา หลักสูตร 2 ปี ซึ่งถือว่าระดับนี้เป็นการศึกษาในระดับอุดมศึกษา (Higher Education) ด้วยเช่นกัน ผู้ที่จบหลักสูตรนี้ถือว่า ได้มีคุณวุฒิสูงกว่าอนุปริญญาของไทย แต่ต่ำกว่าปริญญาตรี 1 ชั้น นอกจากนี้หากประสงค์จะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีก็สามารถทำได้โดยใช้เวลา ศึกษาอีก 2 ปี แต่ทั้งนี้ผลการเรียนต้องอยู่ในระดับดี
  • National Vocational Qualification (NVQ)
    หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรสายอาชีพ เป็นการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติร่วมกัน แต่จะเน้นภาคปฏิบัติเพื่อให้นักเรียนได้รับการฝึกฝนและมีความพร้อมก่อนที่จะ ออกไปประกอบอาชีพจริง

สถาบันอาชีวศึกษาของเอกชน

นักรียนควรเลือกสถานศึกษาเอกชนที่ได้รับการรับรองวิทยฐานะจาก The British Accredition Council for Further and Higher Education (BAC) ซึ่งเป็นหลักประกันว่าเป็นสถาบันที่มีการเรียนการสอนที่เชื่อถือได้ สำหรับวุฒิการศึกษาที่ได้รับ จะได้เพียงประกาศนียบัตรเท่านั้น อีกทั้งยังมีหลักสูตร Foundation degrees เป็นหลักสูตรการศึกษาที่จัดขึ้นเพื่อเตรียมความรู้ในการเรียนต่อระดับปริญญา ตรี หลักสูตรนี้จะใช้เวลาเรียน 1 ปี


ระดับอุดมศึกษา (Higher Education)

การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยปัจจุบันมหาวิทยาลัยของสหราชอาณาจักรมีประมาณ 96 แห่ง เป็นของรัฐบาลเกือบทั้งหมด ยกเว้น University of Buckingham ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเพียงแห่งเดียวการศึกษาระดับอุดมศึกษา แบ่งเป็น 2 ระดับ คือ

Undergraduate

  • BTEC HNC/HND หรือ Diploma of Higher Education (Dip. HE)
    เป็นหลักสูตร 2 ปี ส่วนใหญ่จะเปิดสอนอยู่ใน College of Higher Education โดยมหาวิทยาลัยบางแห่ง รับเปิดรับผู้สอบ “A” Level อย่างน้อย 1 วิชา หรือสำเร็จการศึกษาระดับ National Diploma การสมัครเข้าศึกษาต่อนั้นต้องสมัครผ่าน UCAS เช่นเดียวกับในระดับปริญญาตรี
  • First Degree (Bachelor Degree)
    เป็นหลักสูตรการศึกษา 3 ปี ยกเว้นบางสาขาวิชา เช่น วิศวกรรมศาสตร์ (4 ปี) สถาปัตยกรรมศาสตร์ (5 ปี) ทันตแพทย์ (5 ปี) สัตวแพทย์ (5 ปี) แพทย์ (6 ปี)

Post – Graduate

  • Post – Graduate Certificate Diploma
    หลักสูตรการศึกษา 9 เดือนถึง 1 ปี รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีเข้าศึกษาต่อ
  • Master Degree
    หลักสูตรการศึกษา 1-2 ปี รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มีผลการเรียนดี
  • Doctoral Degree
    หลักสูตรการทำวิจัย ใช้เวลาในการศึกษา 3 ปี มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่รับสมัครผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตร M. Phil

London ลอนดอน: เมืองหลวงของประเทศอังกฤษ และสหราชอาณาจักรอย่างกรุงลอนดอนนี้ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวชมมากที่สุดในโลก คุณจะได้ค้นพบประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอันร่ำรวย รวมถึงสำเนียงบริติชสุดเซ็กซี่ทุกหนทุกแห่ง เรียกได้ว่าลอนดอนเต็มไปด้วยเสน่ห์ในทุกด้าน

Oxford อ็อกซ์ฟอร์ด: เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษ อยู่ไม่ไกลจากกรุงลอนดอน เมืองอ๊อกซ์ฟอร์ดมีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่งดงาม และยังเป็นเมืองที่เก่าแก่ทางการศึกษาอีกที่หนึ่งของโลกที่ รวมถึงเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน หากพูดถึงเมือง Oxford คนทั่วโลกมักจะรู้จักเมืองนี้ในฐานะของ “เมืองแห่งการศึกษา” เนื่องจากเป็นสถานที่ตั้งของ University of Oxford ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และเมืองนี้ยังใช้เป็นที่ถ่ายทำภาพยนต์แฮร์รี่พอตเตอร์อีกด้วย

Cambridge เคมบริดจ์: เป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ในอังกฤษ (มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์) และเป็นเมืองเก่าแก่สวยงามชื่อดังริมฝั่งแม่น้ำแคม (River Cam) เคมบริดจ์เป็นอีกเมืองที่มีผังเมืองสวยงาม มีอาคารประวัติศาสตร์ให้ไปเที่ยวชมมากมาย เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ดีๆ หลายแห่ง ห้อมล้อมไปด้วยเมือง และหมู่บ้านขนาดเล็กจำนวนหนึ่ง เมืองนี้ยังเป็นหัวใจของศูนย์เทคโนโลยีชั้นสูง ที่รู้จักกันในชื่อ ซิลิคอนเฟน (Silicon Fen) และเป็นส่วนสำคัญของเขตอุตสาหกรรมความรู้ ออกซฟอร์ด-เคมบริดจ์อาร์ก (Oxford-Cambridge Arc) อีกด้วย

Manchester แมนเชสเตอร์: ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ จัดเป็นเมืองใหญ่ และมีประชากรมากที่สุดอันดับสองรองจากลอนดอน มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุดอันดับสามรองจากลอนดอน และเอดินบะระ เมืองนี้ขยายตัว และเจริญรุ่งเรืองจากการผลิตสิ่งทอในช่วงการปฏิวัติอุตสาหกรรม ส่งผลให้แมนเชสเตอร์กลายเป็นเมืองอุตสาหกรรมแห่งแรกของโลก แมนเชสเตอร์เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงจากการกีฬา มีสโมสรฟุตบอลชื่อดังอยู่ 2 สโมสรด้วยกัน คือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และแมนเชสเตอร์ซิตี้

Liverpool ลิเวอร์พูล: เป็นเมืองท่าเก่าเเก่ของอังกฤษที่มีความสวยงาม ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอังกฤษ เต็มไปด้วยพิพิธภัณฑ์มากมาย เเละเป็นเเหล่งจุดกำเนิดทางด้านวัฒนธรรมของอังกฤษ หลายต่อหลายอย่างด้วยกัน โดยที่เมืองเเห่งนี้นั้นเป็นเเหล่งกำเนิดของวงดนตรีชื่อดังอย่าง เดอะ บีทเทิลส์ หรือเเม้เเต่เป็นหนึ่งในการก่อสร้างเรือระดับตำนานอย่าง ไททานิค รวมทั้งเป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย เเละชาวเมืองลิเวอร์พูลนั้นยังคลั่งไคล้ในเกมส์กีฬาฟุตบอลไม่เเพ้เมืองอื่นๆ ได้แก่ทีม Liverpool F.C. และ ทีม Everton

Edinburgh เอดินบะระ: เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของสก็อตแลนด์รองจากเมืองกลาสโกว์ และเป็นเมืองหลวงของประเทศสกอตแลนด์ และเป็นหนึ่งใน 32 เขตการปกครองของสกอตแลนด์ เป็นศูนย์กลางของการศึกษา โดยเฉพาะด้านแพทยศาสตร์ และวรรณกรรม ถือเป็นเมืองศูนย์กลางทางการเงินอันดับสามในสหราชอาณาจักร เอดินบะระยังเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น “เมืองเป็นมิตรกับเด็ก” เนื่องจากภายในเมืองมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับเด็กมากมาย

Brighton ไบรตัน: เป็นแหล่งสถานที่พักตากอากาศทางริมชายฝั่งทะเลตอนใต้ ที่มีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษ ไบรตันเป็นเมืองที่มีความสำคัญในแง่ของความเจริญมาตั้งแต่สมัยกลาง โดยเป็นเมืองเก่าแก่ที่มีการพัฒนามาแล้ว แต่ภายหลังได้เข้าสู่สภาวะซบเซา และหยุดการพัฒนาไปในช่วงแรกที่เข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ต่อมาไบรตัน ได้มีการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และมีการสร้างสิ่งดึงดูดใจให้แก่ผู้มาเยือน เช่น การสร้างถนนเพื่อใช้ในการเดินทางไปกรุงลอนดอน และยังเป็นจุดพักสำหรับเรือท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศส

Bath บาธ: ตั้งอยู่บนหุบเขาของแม่น้ำ Avon อยู่ทางด้านตะวันตกของกรุงลอนดอน เป็นเมืองที่มีความสวยงาม และอยู่ไม่ไกลจากลอนดอนมากนัก ที่สำคัญยังเป็นเมืองมรดกโลก ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์กร UNESCO ที่มีลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมแบบจอร์เจีย อาคารสิ่งก่อสร้างที่มีความงดงามเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ก็มีพิพิธภัณฑ์แหล่งเรียนรู้ โรงละคร สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอีกด้วย

York ยอร์ค: ตั้งอยู่ในยอร์คเชียร์ทางตอนเหนือของประเทศอังกฤษ ซึ่งก่อตั้งโดยชาวโรมัน และเป็นเมืองที่มีกำแพงประวัติศาสตร์อันยาวนาน รวมไปถึงมีแม่น้ำ Ouse และ Foss ที่สวยงามทั้ง 2 สาย ไหลมาบรรจบกัน สร้างทัศนียภาพที่สวยงามให้แก่เมือง โดยเมืองยอร์คมีสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น มีมหาวิหารที่มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ซึ่งได้แก่ Cathedral and Metropolitical Church of Saint Peter ในเมืองยอร์ค โดยเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อ York Minster

Newcastle นิวคาสเซิล: ตั้งอยู่บนริ่มฝั่งแม่น้ำไทน์ เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ และเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอลนิวคาสเซิลยูไนเต็ดที่มีชื่อเสียง นอกจากนี้ยังมี Newcastle University มหาวิทยาลัยของรัฐที่เชี่ยวชาญทางด้านงานวิจัย เป็นมหาวิทยาลัยประจำเมืองอีกด้วย จุดเด่นที่เอื้ออำนวยต่อการใช้ชีวิตของนักศึกษาต่างชาติคือ มหาวิทยาลัยเป็นเจ้าของหอพักเอง รวมถึงเป็นหุ้นส่วนกับเจ้าของหอพักเอกชนอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง จึงเป็นการรับประกันว่านักศึกษาปีหนึ่งจะมีที่พักอย่างแน่นอน

Bristol บริสตอล: อยู่ในทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอังกฤษเป็นเมืองที่ประชากรมากที่สุดในอันดับ 6 ของอังกฤษและอันดับ 8 ของสหราชอาณาจักร โดยเมือง Bristol เป็นหนึ่งในเมืองหลักของอังกฤษตะวันตกเฉียงใต้ เป็นเมืองที่มีสีสัน และผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมและศิลปะ มีศิลปินชื่อดังหลายต่อหลายคน มีการจัดงานเทศกาลต่างๆ เต็มไปด้วยสีสันและความรื่นเริงด้วยภาพยนตร์ ดนตรี การเต้น เทศกาลบอลลูนลอยฟ้า และสวนสัตว์ป่าที่แสดงให้เห็นถึงสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรมที่รุ่งเรือง

Norwich นอริช: เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศอังกฤษ ถือว่าเป็นเมืองที่มีความใหญ่เป็นรองเพียงแค่ลอนดอน มีสถานที่ที่โด่งดังและน่าสนใจตั้งอยู่ในเมืองแห่งนี้มากมาย อาทิ University of East Anglia ถือว่าเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ ผู้คนมีน้ำใจ อัธยาศัยดี ในเมืองแห่งนี้จะมีเทศกาลประจำปีที่จัดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคม โดยคนท้องถิ่นจะเรียกเทศกาลดังกล่าวว่า lord mayor celebration ลักษณะคล้ายกับการเฉลิมฉลองการเลือกตั้งผู้ว่าหรือนายอำเภออะไรทำนองนี้ คนที่เข้ามาร่วมงานจะเปล่งเสียงตะโกนว่า Happy Birthday พร้อมทั้งมีขบวนพาเหรดที่เดินแห่กันไปรอบๆ เมือง มีการละเล่น การแสดงต่างๆ ให้ได้สนุกสนานกัน

Canterbury แคนเทอเบอรี่: เป็นเมืองที่อยู่ในเขตของมณฑลเคนท์ หรือ Kent ตั้งอยู่ที่ตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะอังกฤษ อยู่ไม่ห่างจาก London มาก นั่งรถไฟเพียง 1 ชม. เท่านั้น เมือง Canterbury นี้ เป็นเมืองที่สร้างโดยพวกโรมัน มีโบสถ์เก่าแก่ประจำเมืองอย่าง Canterbury Cathedral ซึ่งสร้างแบบ Brick-Style ตั้งอยู่เป็น Landmark ของเมือง นอกจากนี้ภายในเมืองยังรายล้อมไปด้วยบ้านที่เก่าแก่วินเทจน่ารัก ผู้คนที่เป็นมิตรอบอุ่น และแม่น้ำเล็กๆ รอบเมืองที่สามารถซื้อทัวร์เรือพายท่องเที่ยวเมืองได้ โดยไฮไลท์ของทัวร์เรือนี่คือ การลอดผ่านช่องเล็กๆใต้สะพานต่างๆที่มีอยู่โดยรอบ อีกอย่างที่ทำให้เมืองนี้น่าสนใจคือ เมืองนี้อยู่ใกล้กับฝั่งยุโรปมากที่สุด น้องๆที่มาเรียนที่เมืองนี้สามารถนั่งเรือ Ferry หรือรถไฟไปเที่ยว Paris หรือ Brussels ได้โดยใช้เวลาไม่นานอีกด้วย นอกจากนี้ เมือง Canterbury ยังเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษอย่าง University of Kent อีกด้วย ด้วยไลฟ์สไตล์ที่อยู่ในเมืองเล็กพร้อมบรรยากาศสวนดอกไม้ ใกล้ชิดธรรมชาติที่สวยงาม จึงได้รักการขนานนามว่า “The Garden of England” และยังมีมหาวิทยาลัยอยู่ในตัวเมือง ทำให้น้องๆจะได้มี Activity ที่หลากหลาย ถ้าน้องคนไหนสนใจมาเรียนภาษาที่เมืองนี้รับรองไม่มีผิดหวังแน่นอน

Latest Events
26 May 2019
10AM - 7PM
Chennai
4 November 2018
3PM - 8PM
Bangkok, TH