ทำไมควรเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์
“นิวซีแลนด์” ประเทศยอดนิยมที่นักเรียนไทยเลือกไปศึกษาต่อ ทั้งในระดับมัธยมศึกษา อุดมศึกษา และเรียนภาษาอังกฤษ ผู้คนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการในการสื่อสาร มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ง่ายต่อการปรับตัวของนักเรียน อีกทั้งค่าครองชีพไม่แพงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากล
การไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ ระดับอุดมศึกษา ปริญญาตรี (Level 7) และ ปริญญาโท (Level 9) ถือเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับน้องๆ ที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ และได้ประสบการณ์การใช้ชีวิตและทำงานต่อที่ต่างประเทศ โอกาสในการได้อยู่ต่อเมื่อเรียนจบในระยะยาวของประเทศนิวซีแลนด์ ยังคงเป็นไปได้เพียงเริ่มต้นด้วยการไปเรียนและถือวีซ่านักเรียน
ดังนั้นการไปเรียนต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ในระดับปริญญาตรี 3 ปี และได้ประสบการณ์ต่างประเทศ พร้อมทั้งความพร้อมทางภาษาอังกฤษตลอดการเรียนและทำงานที่นิวซีแลนด์ จึงอาจจะเพิ่มโอกาสในการได้ทำงานในระยะยาวมากกว่าการไปเรียนในระดับปริญญาโท 1-1.5-2 ปี
แม้มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์มีเพียง 8 แห่ง แต่ทุกๆ ที่มีคุณภาพการศึกษาที่ติดการจัดลำดับระดับโลก การเรียนการสอนเน้นทักษะปฏิบัติจริง ด้วยสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย โดยมีหลายเมืองในประเทศนี้ ที่ยังติด Top 10 เมืองที่น่าอยู่ที่สุดในโลก เช่น โอ๊คแลนด์ และ เวลลิงตัน อีกทั้งยังมีเมืองสวยๆ น่าท่องเที่ยวในเกาะใต้ อาทิ ควีนส์ทาวน์ ที่ไม่ควรพลาดสักครั้งหากได้ไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ เหตุผลที่ควรไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ดังนี้
เหตุผลที่ควรไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์
วุฒิการศึกษาระดับสากล ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก
การศึกษาคือการลงทุนระยะยาว การเลือกเรียนในมหาวิทยาลัยชั้นนำ จึงเป็นสิ่งที่ติดตามตัวผู้เรียนไปตลอด ซึ่งมหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์ทั้ง 8 แห่ง ติดอันดับ QS World University Rankings 2026 โดยเน้นการเรียนการสอนที่เน้นพัฒนาทักษะที่นำไปใช้ได้จริง (Active Learning) และเป็นที่ยอมรับทั่วโลก ซึ่งทั้งหมดเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาล กระจายอยู่ทั้งในเกาะเหนือและเกาะใต้
– The University of Auckland – Ranked 65
– University of Otago – Ranked 197
– Massey University – Ranked 230
– Victoria University of Wellington – Ranked 240
– University of Canterbury – Ranked 261
– University of Waikato – Ranked 281
– Lincoln University – Ranked 407
– Auckland University of Technology – Ranked 410- ระยะเวลาเรียนที่กระชับ และเข้มข้น
การเรียนปริญญาตรี เรียน 3 ปี และการเรียนปริญญาโท เรียน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสาขาวิชาที่เรียน ทำให้สามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ระยะเวลาเรียนนานกว่า - ระบบการศึกษาค่อนข้างทันสมัย และเน้นเรื่องความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อม
เนื้อหาวิชาการเรียนจะเน้นการคิดวิเคราะห์จากผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง และนำความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้จริง ทั้งยังส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา เน้นการลงมือปฏิบัติจริง เมื่อผู้เรียนเรียนจบ ก็พร้อมเริ่มทำงานได้จริง - โอกาสทำงานระหว่างเรียน และหลังเรียนจบ
น้องๆ ที่ถือวีซ่านักเรียน อายุ 18 ปีขึ้นไป สามารถทำงานพาร์ทไทม์ได้สูงสุด 25 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และไม่จำกัดชั่วโมงการทำงานช่วงปิดเทอม ซึ่งรายได้จากส่วนนี้สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายพร้อมได้ประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศด้วย และเมื่อเรียนจบยังสามารถขอวีซ่าหลังเรียนจบ (Post-study work visa) ได้นานสูงสุด 3 ปี ซึ่งประสบการณ์การทำงานที่น้องๆมี อาจจะเป็นใบเบิกทางในการหางานและยื่นขอวีซ่าถาวรได้ (Permanent Residence – PR) - ประเทศนิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตสูง
ยังคงติด Ranking ประเทศที่สงบสุขที่สุดในโลกในปี 2024 อีกทั้งผู้คนเป็นมิตรและมีหลากหลายวัฒนธรรมหลายหลาย นักเรียนต่างชาติ ปรับตัวได้ง่าย - นิวซีแลนด์ ขึ้นชื่อเรื่องประเทศที่มีธรรมชาติที่สวยงาม อากาศดี
มลภาวะทางอากาศยังน้อยมากๆ เหมาะแก่การใช้ชีวิต และพักผ่อน - ผู้เรียนที่สนใจเรียนคอร์สสายวิชาชีพก็สามารถขอ Post-Study Work Visa ได้
เทียบเท่าระยะเวลาเรียน หรือ 1 ปี ใน 8 รายวิชาสายอาชีพ อาทิ Construction, Early Childhood, Electrical, Automotive, Health and Social Services - เมื่อเรียนจบ ผู้เรียนสามารถสมัคร วีซ่า Post-study work visa นิวซีแลนด์ได้ทันที โดยไม่ต้องมีนายจ้างสปอนเซอร์
สามารถทำงานเต็มเวลาได้ถูกต้องตามกฎหมายประเทศนิวซีแลนด์ เป็นงานอะไรก็ได้ และยังได้รับค่าจ้างอัตราเดียวกับชาวนิวซีแลนด์ - สิทธิทำงานคู่สมรส
กรณีคู่สมรสติดตามไปที่นิวซีแลนด์ด้วยในระหว่างผู้เรียนลงเรียนระดับปริญญาตรี-โท (Level 7-9) ขึ้นไป สามารถขอวีซ่า Partner of a Student Work Visa ได้โดยไม่ต้องมีนายจ้าง หรือ Job offer และ สามารถทำงานเต็มเวลาได้ตั้งแต่ผู้เรียนเริ่มเรียน - มีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ
หลายมหาวิทยาลัยเสนอทุนลดค่าเรียน (Scholarship หรือ Discount) สำหรับนักเรียนต่างชาติที่มีผลการเรียนดี หรือมาจากประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินของครอบครัวได้ ระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษาในออสเตรเลีย
ค่าเรียนต่อปีโดยประมาณในระดับอุดมศึกษา (ปริญญาตรี-โท)
- ปริญญาตรี: NZD22,000 - 35,000
- อนุปริญญา: NZD10,000 - 18,000
- ปริญญาโท: NZD30,000 - 65,000
ทำความรู้จักกับ 8 มหาวิทยาลัยในนิวซีแลนด์
1. University of Auckland
2. Auckland University of Technology (AUT)
3. The University of Waikato
4. Massey University
5. Victoria University of Wellington (VUW)
6.University of Canterbury
7. Lincoln University
8. University of Otago
นิวซีแลนด์เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยคุณภาพสูงจำนวน 8 แห่ง โดยทั้งหมดได้รับการจัดอันดับอยู่ในกลุ่มมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก Top 3% (600 อันดับแรกของโลก)
มหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์ยังได้รับการจัดอันดับในระดับสูงตามสาขาวิชา โดยมีสาขาที่ติดอันดับ Top 100 ของโลกถึง 31 จากทั้งหมด 54 สาขา และมีหลายสาขาที่ติดอันดับ Top 50 ของโลก ได้แก่
- โบราณคดี (Archaeology)
- ภาษาและวรรณคดีอังกฤษ (English Language & Literature)
- ภาษาศาสตร์ (Linguistics),
- วิศวกรรมโยธาและโครงสร้าง (Engineering – Civil and Structural)
- กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยา (Anatomy & Physiology)
- จิตวิทยา (Psychology), สัตวแพทยศาสตร์ (Veterinary Science)
- มานุษยวิทยา (Anthropology)
- การพัฒนา (Development Studies), การศึกษา (Education)
- สาขาที่เกี่ยวข้องกับกีฬา (Sport-related Subjects)
- การตลาด (Marketing)
