เรียนต่อปริญญา ออสเตรเลีย & นิวซีแลนด์ รวมทุกเรื่องต้องรู้
ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ
Driven by

ติดต่อเรา :

เริ่มต้นอนาคตระดับโลก เรียนต่อปริญญา ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ กับ IEC Abroad ที่ปรึกษาเรียนต่อต่างประเทศมืออาชีพ ดูแลฟรีทุกขั้นตอน ตั้งแต่เลือกมหาวิทยาลัย ยื่นวีซ่า จนถึงการเตรียมความพร้อมก่อนบิน

4 เหตุผล ทำไมควรเลือก เรียนต่อปริญญา ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์

มาตรฐานการศึกษาระดับโลก
(World-Class Education)

ระหว่างเรียน ทำงานพาร์ทไทม์ถูกกฎหมาย 24-25 ชม./สัปดาห์

หลังเรียนจบ มีวีซ่าทำงานต่อ (Post-Study Work Visa) ให้ยาว 2-5 ปี 

คุณภาพชีวิต และความปลอดภัย อากาศสะอาด ธรรมชาติสมบูรณ์

IEC Abroad บริการแนะแนวและให้คำปรึกษา เรียนต่อระดับปริญญาตรี และปริญญาโทที่ประเทศ ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์ 

เปิดให้บริการมากว่า 20 ปี ให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย 🧡 💜

ติดต่อพี่ๆ IEC โทร. 02-250-4585 หรือ Line@: @iecabroadth ได้เลยค่ะ

IEC Abroad เราพร้อมที่จะให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ในการศึกษาต่อ รวมทั้งการใช้ชีวิตในต่างประเทศ เพื่อให้ตรงกับเป้าหมายการศึกษา 

กรอกฟอร์มเพื่อรับคำปรึกษาฟรี จากพี่ๆ ผู้เชี่ยวชาญ

IEC ANZ Higer Education

ควรเลือกเรียนต่อ ออสเตรเลีย หรือ นิวซีแลนด์ ?

ทั้งสองประเทศต่างก็มีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ และสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับการเรียนรู้ รวมไปถึงบรรยากาศเมือง และผู้คนที่เป็นมิตรกับนักเรียนนักศึกษาต่างชาติ เราลองมาดูข้อเปรียบเทียบที่น่าสนใจ เพื่อช่วยในการตัดสินใจกันดีกว่าค่ะ

ออสเตรเลีย 🇦🇺

 

จุดเด่นที่สำคัญของออสเตรเลีย

 1. บรรยากาศแบบไลฟ์สไตล์เมืองใหญ่ มีแสงสีเสียง ของกินหาง่าย และการเดินทางสะดวกสบาย

2. ติดอันดับเมืองน่าอยู่ที่สุดในโลก ทั้งซิดนีย์, เมลเบิร์น, และบริสเบน มั่นใจได้ในคุณภาพชีวิตที่ลงตัว และอากาศที่สะอาดสดชื่น

3. เต็มไปด้วยมหาวิทยาลัยคุณภาพติดอันดับ Top 100 ของโลก โดยเฉพาะมหาวิทยาลัย GO8

4. โอกาสในการทำงานพาร์ทไทม์ที่หลากหลาย และค่าแรงขั้นต่ำที่สูงที่สุดในโลก

นิวซีแลนด์ 🇳🇿

 

จุดเด่นที่สำคัญของนิวซีแลนด์

1. คุณภาพชีวิตที่ดี ไลฟ์สไตล์ใกล้ชิดธรรมชาติ และความปลอดภัยสูง

2. ติดอันดับประเทศที่ปลอดภัยและสงบสุขที่สุดในโลก (Global Peace Index) ผู้คนเป็นมิตร

3. ค่าเทอมและค่าครองชีพที่ถูกกว่าออสเตรเลียประมาณ 10-15% และค่าธรรมเนียมวีซ่าถูกกว่าเกือบครึ่ง

4. วีซ่าทำงานหลังเรียนจบยาวถึง 3 ปี อยู่ต่อทำงาน หาประสบการณ์ได้ยาวๆ และอาจมีโอกาสไปต่อในเส้นทาง PR

Checklist ต้องรู้ ! ก่อนตัดสินใจไป เรียนต่อปริญญา ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์

คุณสมบัติของผู้สมัครเรียน

  • เกรดเฉลี่ย (GPA): หากต้องการศึกษาต่อมหาวิทยาลัยระดับ Top Ranking (Group of Eight / Top NZ Universities) หรือต้องการยื่นขอ ทุนการศึกษา แนะนำว่าเกรดเฉลี่ยไม่ควรต่ำกว่า 3.00 เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันค่ะ

  • โอกาสสำหรับทุกคน: หากเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 3.00 ก็ ไม่ต้องกังวลค่ะ ! ยังมีมหาวิทยาลัยคุณภาพเยี่ยมอีกมากมายที่เปิดรับ และพี่ๆ IEC สามารถช่วยคัดเลือกสถาบันที่เหมาะสมกับโปรไฟล์ที่สุดได้

  • ทักษะภาษาอังกฤษ: ควรมีคะแนน IELTS Academic 6.0 – 7.0 ขึ้นไป ทั้งนี้เกณฑ์คะแนนจะขึ้นอยู่กับคณะและระดับเลเวลที่เลือกเรียน
    * หากคะแนน IELTS อยู่ที่ 5.0 – 5.5. สามารถที่จะลงเรียนภาษาเพื่อปรับพื้นฐานก่อนเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ค่ะ

  • ประสบการณ์ทำงาน: สำหรับโปรแกรม ปริญญาโท บางสาขาอาจพิจารณาประสบการณ์ทำงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย (เช่น MBA) แต่ก็มีอีกหลายสาขายอดนิยมที่ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ก็สามารถสมัครเรียนได้ทันทีหลังจบ ป.ตรี 

ความพร้อมทางการเงิน

  • ค่าครองชีพ (Living Expenses): ทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ กำหนดให้โชว์หลักฐานการเงิน (Statement) ขั้นต่ำ ที่ประมาณ 8 แสน – 1.5 ล้านบาทต่อปี สำหรับใช้ประกอบการยื่นวีซ่า

  • ค่าเทอม: ค่าเล่าเรียนโดยเฉลี่ยจะเริ่มตั้งแต่ 6 แสนบาท – 1.2 ล้านบาทต่อปี ขึ้นอยู่กับสาขาและมหาวิทยาลัยที่เลือกเรียน

  • ทุนการศึกษา: นักเรียนไทยมักได้รับทุนส่วนลดอัตโนมัติ 20% – 30% ซึ่งจะช่วยลดค่าเทอมลงไปได้ปีละหลายแสนบาทเลยค่ะ และบางแห่งก็จะมีทุนพิเศษสำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนดีอีกด้วยนะคะ
    * หากไม่แน่ใจว่าเกรดหรือคะแนนภาษาของเราสามารถขอทุนได้ไหม ? ส่งทรานสคริปต์มาให้พี่ๆ ประเมินฟรีได้เลย !

  • งานพาร์ทไทม์:
    วีซ่านักเรียนออสเตรเลีย ทำงานพาร์ทไทม์ได้ 48 ชม./2 สัปดาห์
    วีซ่านักเรียนนิวซีแลนด์ ทำงานพาร์ทไทม์ได้ 25 ชม./สัปดาห์
    ทั้งสองประเทศอนุญาตให้
    ทำงานได้ Full-time ในช่วงปิดเทอม (ยกเว้นนักเรียน ป.โท Research ทำงานได้ไม่จำกัดชั่วโมงตั้งแต่เริ่มเรียน) โดยรายได้จากการทำงานอาจช่วยลดภาระค่าครองชีพระหว่างเรียนได้บางส่วนค่ะ
  • ข้อมูลเรื่องค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม: 

มหาวิทยาลัยยอดนิยมใน ออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์

ออสเตรเลีย

Group of Eight (Go8) หรือ 8 มหาวิทยาลัยชั้นนำที่เน้นการวิจัยของออสเตรเลีย โดยผลการจัดอันดับโลก (QS World University Rankings 2026) แสดงให้เห็นว่ามหาวิทยาลัยกลุ่มนี้ยังคงครองตำแหน่ง Top 100 ของโลก (QS World University Rankings 2026) ไว้อย่างเหนียวแน่น

1. University of Melbourne (อันดับ 19 ของโลก)

2. University of New South Wales (UNSW Sydney) (อันดับ 20 ของโลก)

3. University of Sydney (อันดับ 25 ของโลก)

4. Australian National University (ANU) (อันดับ 32 ของโลก)

5. Monash University (อันดับ 36 ของโลก)

6. University of Queensland (UQ) (อันดับ 42 ของโลก)

7. University of Western Australia (UWA) (อันดับ 77 ของโลก)

8. Adelaide University (อันดับ 82 ของโลก)

นอกจาก Go8 แล้ว ออสเตรเลียก็ยังมีมหาวิทยาลัยอีกกว่า 30 แห่ง และสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอีกกว่า 130 แห่งทั่วประเทศ เป็นทางเลือกให้กับนักเรียนที่สนใจเรียนต่อระดับปริญญาในออสเตรเลียค่ะ โดยมักจะมีค่าเทอมที่ราคาถูกกว่า Top U และอาจมีทุนการศึกษาพิเศษให้อีกด้วยนะคะ

นิวซีแลนด์

นิวซีแลนด์ มีมหาวิทยาลัยของรัฐบาลทั้งหมด 8 แห่ง ซึ่งทุกแห่งล้วนติดอันดับ Top 3% ของโลก (QS World University Rankings 2026) ทำให้ไม่ว่าจะเลือกเรียนที่ไหน ก็จะได้รับมาตรฐานการศึกษาระดับโลกแน่นอน

1. University of Auckland (อันดับ 65 ของโลก)

2. University of Otago (อันดับ 197 ของโลก)

3. Massey University (อันดับ 230 ของโลก)

4. Victoria University of Wellington (อันดับ 240 ของโลก)

5. University of Canterbury (อันดับ 261 ของโลก)

6. University of Waikato (อันดับ 281 ของโลก)

7. Lincoln University (อันดับ 407 ของโลก)

8. Auckland University of Technology (AUT) (อันดับ 410 ของโลก)

 

นอกเหนือจากนี้ นิวซีแลนด์ ก็ยังมีสถาบันอุดมศึกษาเอกชนอื่นๆ รองรับนักเรียนต่างชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งทุกแห่งอยู่ภายใต้การควบคุมมาตรฐาน NZQA จึงมั่นใจได้ในคุณภาพการเรียนการสอน และยังคงได้รับสิทธิ์ในการขอวีซ่าทำงานหลังเรียนจบ 3 ปี เช่นเดียวกันกับมหาวิทยาลัยของรัฐบาลค่ะ

อยากเรียนต่อ ออสเตรเลีย/นิวซีแลนด์ เริ่มยังไงดี?

ระดับปริญญาตรี

  • สำรวจสาขาที่ชอบและประเทศที่ใช่: เลือกสาขาที่อยากเรียน (Major) และดูว่าอยากได้ไลฟ์สไตล์แบบไหน
  • เช็กเกรดเฉลี่ยมัธยม: ดูว่าเกรดเฉลี่ย (GPA) ม.6 หรือเทียบเท่า (เช่น GED, IB, A-Level) ว่าถึงเกณฑ์การเข้ารับตรง (Direct Entry) ไหม
    * หากเกรดไม่ถึงที่กำหนด อาจต้องเริ่มเรียนจากโปรแกรม Foundation หรือ Diploma เพื่อปรับพื้นฐานก่อนเข้าปี 1
  • เตรียมสอบภาษาอังกฤษ: IELTS Academic หรือเทียบเท่า (เป้าหมาย 6.0-6.5) เพื่อใช้ประกอบการยื่นสมัครเรียน
    * หากคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด อาจต้องเรียนภาษาเพิ่มเติม
  • รวบรวมเอกสารสมัครเรียน: เตรียมพาสปอร์ต, ทรานสคริปต์, และ SOP (เรียงความแนะนำตัว) ส่งให้พี่ๆ IEC Abroad ดำเนินการยื่นใบสมัครให้ฟรี !
  • สมัครรับทุนการศึกษา: หลายมหาวิทยาลัยมีทุนส่วนลด 20-30% ให้นักเรียนไทยโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Foundation / Diploma  และ Undergraduated พี่ๆ จะช่วยเช็กสิทธิ์และยื่นขอทุนให้เลย

ระดับปริญญาโท

  • กำหนดเป้าหมายหลังเรียนจบ: อยากได้วุฒิไปอัปเงินเดือนที่ไทย หรืออยากได้ Post-Study Work Visa เพื่อทำงานต่อที่นั่นยาวๆ ?

  • เช็กเกรดเฉลี่ย ป.ตรี: มหาวิทยาลัย Top U (Go8) มักต้องการ GPA 3.00+ หากต่ำกว่านั้น พี่ๆ จะช่วยเลือกมหาวิทยาลัยที่เน้นประสบการณ์ทำงาน เพื่อใช้ประกอบการยื่นสมัครเรียนแทนค่ะ

  • อัปเกรดภาษาอังกฤษ: สอบ IELTS Academic หรือเทียบเท่า (เป้าหมาย 6.5-7.0) เพื่อใช้ประกอบการยื่นสมัครเรียน
    * หากคะแนนต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด อาจต้องเรียนภาษาเพิ่มเติม

  • เตรียม Resume & Recommendation: บางสาขาต้องใช้จดหมายรับรองจากที่ทำงาน หรืออาจารย์ และ Resume ที่แสดงให้เห็นว่าเราพร้อมเรียนต่อในสายนั้น

  • สมัครรับทุนการศึกษา: แม้ทุนจะไม่หลากหลายเท่า ป.ตรี แต่หลายมหาวิทยาลัยก็มีทุนส่วนลด 20-30%  ซึ่งพี่ๆ จะช่วยเช็กสิทธิ์และยื่นขอทุนให้พร้อมใบสมัครเลยค่ะ

8rเพราะการเลือกที่เรียนต่อคือการลงทุนครั้งสำคัญ ให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ดูแลคุณ ที่ IEC Abroad เราไม่ได้แค่ช่วยสมัครเรียน แต่เราช่วยวางแผนชีวิตในต่างแดนให้คุณตั้งแต่วันแรก มาเปลี่ยนความฝันให้เป็นใบตอบรับ (Offer) ไปพร้อมกับเรานะคะ

✨ ปรึกษาฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ส่งโปรไฟล์ให้พี่ๆ ประเมินได้เลยวันนี้ กรอกฟอร์มได้เลย…

IEC ANZ Higer Education

Share this
Scroll to Top