เรียนต่อมัธยมที่อเมริกา - รีวิว Windermere Preparatory School โรงเรียนประจำในรัฐ Orlando : IEC On Tour in USA กับพี่โอ้ - IEC Abroad ศูนย์แนะแนวศึกษาต่อต่างประเทศ
ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ
Driven by

ติดต่อเรา :

เรียนต่อมัธยมที่อเมริกา – รีวิว Windermere Preparatory School โรงเรียนประจำในรัฐ Orlando : IEC On Tour in USA กับพี่โอ้

windermere preparatory school

IEC Abroad เป็นเอเจนซีที่ให้คำปรึกษาและดูแลน้องๆ ที่ต้องการไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งในระดับมัธยมศึกษาและ Summer Camp ในหลายประเทศ เช่น Australia, New Zealand, United Kingdom, Canada และ United States 

ก่อนที่พี่ๆ ทีม IEC จะนำเสนอหรือแนะนำโรงเรียนให้กับน้องๆ และผู้ปกครอง สิ่งสำคัญที่สุดคือการมั่นใจว่าโรงเรียนนั้นมี มาตรฐานการศึกษาที่ดี และมีระบบการดูแลนักเรียนต่างชาติอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศการเรียน การใช้ชีวิตในโรงเรียน กิจกรรมเสริมระหว่างเรียน รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ภายในสถาบัน 

ด้วยเหตุนี้ การเดินทางไปทำ School Tour หรือ University Visit จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญของการทำงาน เพราะทำให้พี่ๆ ได้เห็นบรรยากาศจริงของโรงเรียน ได้พูดคุยกับทีมงาน และเข้าใจรูปแบบการเรียนการสอนอย่างใกล้ชิด 

หลังจากนั้น เราก็จะนำประสบการณ์ที่ได้มาแบ่งปันให้กับน้องๆ ผ่าน ภาพถ่าย วิดีโอ และการรีวิวบนช่องทาง Social Media เพื่อให้น้องๆ ได้เห็นภาพบรรยากาศจริงของแต่ละสถาบัน และสามารถเลือก เมือง คอร์สเรียน และโรงเรียน ที่เหมาะกับความสนใจและเป้าหมายของตัวเองได้มากที่สุด พร้อมทั้งมั่นใจว่าเป็นสถาบันที่เราคัดเลือกและเชื่อมั่นในคุณภาพค่ะ

Summer Programme ที่ University of Cambridge สำหรับน้องๆ อายุ 13–24 ปี ที่จัดขึ้นในแคมปัสต่างๆ ของ University of Cambridge เมืองมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่ผสมผสานบรรยากาศประวัติศาสตร์เข้ากับความทันสมัย และขึ้นชื่อระดับโลกด้านวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม 

หลักสูตรมีให้เลือกเรียนหลากหลายสาขา ตั้งแต่วิชาทั่วไปไปจนถึงสาขาเฉพาะทางที่เป็นจุดเด่นของ Cambridge เช่น Neuroscience และ Biotechnology เปิดโอกาสให้น้องๆ ได้ลองเรียนในบรรยากาศแบบมหาวิทยาลัยจริง 

วันนี้พี่โอ้ก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงเรียนที่มีชื่อว่า Windermere Preparatory School ค่ะ โรงเรียนนี้ตั้งอยู่ในเมือง Orlando รัฐ Florida สหรัฐอเมริกา โดย Orlando ถือเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญของสหรัฐอเมริกาที่โดดเด่นทั้งด้านอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และการศึกษา โดยเป็นศูนย์กลางของหลากหลายอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีดิจิทัล วิศวกรรม การบิน การแพทย์ และธุรกิจสร้างสรรค์ จึงเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมและแรงบันดาลใจ

นอกจากนี้ Orlando ยังได้รับการยอมรับว่าเป็น “เมืองแห่งการเรียนรู้” ที่มีสถาบันการศึกษาและกิจกรรมเสริมทักษะระดับนานาชาติจำนวนมาก เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาทั้งด้านวิชาการ ภาษา และประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศ ในด้านการใช้ชีวิต เมืองนี้มีสภาพอากาศอบอุ่นตลอดปี ไม่หนาวจัดจนเกินไป ทำให้นักเรียนไทยสามารถปรับตัวได้ง่ายและใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบาย

อีกหนึ่งจุดเด่นที่สะท้อนความเป็นโรงเรียนนานาชาติยุคใหม่ คือการสื่อสารที่เข้าถึงนักเรียนรุ่นใหม่ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เช่น Instagram โดยโรงเรียนมีการอัปเดตข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศ กิจกรรมภายในโรงเรียน หรือ Dress Code ของชุดนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ ช่วยให้นักเรียนติดตามข้อมูลได้ง่าย รวดเร็ว และใกล้ชิดกับชีวิตในโรงเรียนมากยิ่งขึ้น

โรงเรียนก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 2000 และเปิดสอนทั้งแบบไป-กลับ (Day School) และหอพัก (Boarding School) ภายใต้หลักสูตร American High School Diploma พร้อมทางเลือกหลักสูตร International Baccalaureate (IB) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

โรงเรียนเปิดรับนักเรียนต่างชาติอายุ 12–18 ปี และมีสังคมนักเรียนที่หลากหลาย ด้วยจำนวนนักเรียนกว่า 1,655 คน จากมากกว่า 55 ประเทศทั่วโลก สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่เต็มไปด้วยมุมมองนานาชาติและความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยปัจจุบันมีนักเรียนประจำพักอยู่ในหอพักโรงเรียนจำนวน 142 คน

Windermere Preparatory School ตั้งอยู่วิทยาเขตขนาดกว่า 48 เอเคอร์ โดยได้รับการออกแบบให้รองรับทั้งด้านวิชาการ กีฬา ศิลปะ และกิจกรรมนอกห้องเรียนอย่างครบครัน พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ปลอดภัย อบอุ่น และเหมาะสมต่อการใช้ชีวิตของนักเรียนในทุกด้านค่ะ

พี่โอ้ได้มาเริ่มต้นการเยี่ยมชมโรงเรียนด้วยการเข้าสู่ Auditorium Hall ค่ะ ซึ่งจะเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมและการแสดงสำคัญของโรงเรียน โดยเราได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากคุณครูใหญ่ของโรงเรียน ก่อนจะเริ่มต้นด้วยการแสดงจากนักเรียนในสาขา Fine Arts ซึ่งถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งและความโดดเด่นของ Windermere Preparatory School เลย

โรงเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาศักยภาพด้านศิลปะอย่างรอบด้าน ผ่านหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น Theater, Music, Dance และ Visual Arts ภายใต้หลักสูตรและการเรียนการสอนที่ส่งเสริมทั้งความคิดสร้างสรรค์ เทคนิค และประสบการณ์จริงบนเวทีระดับมืออาชีพ

อีกหนึ่งความพิเศษคือ โรงเรียนมีความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันศิลปะระดับโลกอย่าง The Juilliard School ซึ่งช่วยยกระดับการเรียนการสอนด้าน Performing Arts และเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้จากแนวทางมาตรฐานสากล

นอกจากนี้ นักเรียนของโรงเรียนยังได้รับรางวัลและการยอมรับในหลากหลายเวทีการแข่งขันด้านศิลปะ รวมถึงรางวัลจาก National Art Honor Society ซึ่งสะท้อนถึงคุณภาพและความสามารถของนักเรียนในสาย Fine Arts ได้อย่างโดดเด่นเลยค่ะ

Auditoriam Hall

อีกหนึ่งจุดเด่นของ Windermere Preparatory School คือการออกแบบแผนการเรียนที่มีความยืดหยุ่น และสามารถปรับให้เหมาะสมกับศักยภาพ ความสนใจ และเป้าหมายของนักเรียนแต่ละคน โดยเฉพาะในเส้นทางของหลักสูตร IB (International Baccalaureate)

นักเรียนในระดับ Grade 6–10 จะได้เรียนในหลักสูตร IB Middle Years Programme (MYP) ซึ่งเป็นช่วงสำคัญในการวางรากฐานด้านวิชาการ การคิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกัน และการเรียนรู้แบบเชื่อมโยง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่หลักสูตร IB ในระดับชั้น Grade 11–12

เมื่อเข้าสู่ Grade 10 นักเรียนจะเริ่มวางแผนเส้นทางการเรียน (Pathways) ของตนเอง เพื่อเตรียมต่อยอดสู่หลักสูตรในช่วง 2 ปีสุดท้าย โดยโรงเรียนเปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกเส้นทางที่เหมาะกับเป้าหมายทั้งด้านวิชาการ มหาวิทยาลัย และสายอาชีพในอนาคต

สำหรับช่วง Grade 11–12 นักเรียน Windermere Preparatory School สามารถเลือกได้ระหว่าง:

  • IB Diploma Program (IBDP) เรียน 6 วิชาเต็มรูปแบบตามหลักสูตร IB ได้แก่ English, Mathematics, Science, Social Science, World Language รวมถึง Fine and Performing Arts
  • WPS Diploma
  • Laker Learner Concentration Diploma

หลักสูตรเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อผลักดันให้นักเรียนพัฒนาศักยภาพทั้งด้านวิชาการ ความคิดสร้างสรรค์ ภาวะผู้นำ และการเรียนรู้เชิงลึก ผ่านการเรียนการสอนที่ท้าทายและการประเมินผลในระดับสากล เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีแรงบันดาลใจและเป้าหมายในการศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก ปัจจุบันประมาณ 45% ของนักเรียนเลือกเรียนในเส้นทาง IB Diploma แบบเต็มหลักสูตร ขณะที่อีก 55% เลือกเรียนในเส้นทาง WPS Diploma หรือ Laker Learner Concentration Diploma ซึ่งเป็นทางเลือกที่เปิดกว้างและมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

ทั้ง 3 ทางเลือกนี้สะท้อนถึงแนวคิดของโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับ “Individual Learning Pathway” หรือการออกแบบเส้นทางการเรียนเฉพาะบุคคล เพื่อให้นักเรียนแต่ละคนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ และเตรียมพร้อมสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำในอนาคต

จุดแข็งของโรงเรียนมัธยมในสหรัฐอเมริกา คือระบบ College Advising หรือการแนะแนวศึกษาต่อที่เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงต้นของระดับมัธยม เพื่อช่วยให้นักเรียนได้ค้นหาตัวเอง วางแผนอนาคต และเตรียมความพร้อมสู่มหาวิทยาลัยอย่างเป็นขั้นตอน

ที่ Windermere Preparatory School เอง ในช่วง Grade 8–9 นักเรียนจะเริ่มต้นจากการสำรวจความสนใจ ความถนัด และค้นหาว่าตนเองอยากเติบโตไปในสายอาชีพใดในอนาคต โรงเรียนจะช่วยเปิดมุมมองเกี่ยวกับอาชีพที่หลากหลาย พร้อมทั้งส่งเสริมการพัฒนาทักษะพื้นฐานและการสร้างตัวตนของนักเรียนตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ

เมื่อเข้าสู่ Grade 10 นักเรียนจะเริ่มทำ Personal Projects และพัฒนาทักษะสำคัญ เช่น Leadership, Communication และการทำงานร่วมกับผู้อื่น ควบคู่ไปกับการศึกษาอาชีพที่สนใจในเชิงลึกมากขึ้น หลายคนจะเริ่มเข้าร่วม Summer Programs หรือกิจกรรม Academic Enrichment เพื่อเสริมประสบการณ์และสร้าง Portfolio ที่สะท้อนความสนใจของตนเอง

สำหรับ Grade 11 ถือเป็นช่วงสำคัญของการเตรียมสมัครมหาวิทยาลัย นักเรียนจะเริ่มเลือกสาขาและมหาวิทยาลัยที่สนใจ พร้อมมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยผ่าน Individual Visits หรือ University Open Days นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีการจัด College Fair ที่เปิดโอกาสให้ตัวแทนมหาวิทยาลัยจากหลากหลายแห่งเข้ามาพูดคุยกับนักเรียนโดยตรง

ในช่วงนี้ นักเรียนจะเริ่มเตรียม College Essay เรียนรู้ขั้นตอนการสมัครเรียนต่อ และได้รับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากทีม College Advising ของโรงเรียน ตั้งแต่การวางแผนรายวิชา การสร้าง Student Profile ไปจนถึงการยื่นใบสมัคร

เมื่อเข้าสู่ Grade 12 นักเรียนจะเริ่มได้รับผลตอบรับจากมหาวิทยาลัย ทั้งในรูปแบบ Offer หรือ Waitlist ซึ่งทางโรงเรียนจะช่วยวิเคราะห์และเปรียบเทียบข้อเสนอจากแต่ละมหาวิทยาลัย เพื่อช่วยให้นักเรียนเลือกเส้นทางที่เหมาะสมที่สุดกับเป้าหมายและศักยภาพของตนเอง

นอกจากนี้ ทีม College Advising ยังช่วยเตรียมความพร้อมด้าน Interview การวางแผนด้าน Financial Aid และ Scholarship Review สำหรับนักเรียนที่มีผลการเรียนโดดเด่น เรียกได้ว่าเป็นการดูแลนักเรียนอย่างรอบด้าน ภายใต้แนวคิด “Finding the Right Fit” เพื่อให้นักเรียนได้เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยที่เหมาะสมและดีที่สุดสำหรับอนาคตของตนเอง

และสิ่งที่ Windermere Preparatory School ทำได้ดีมากๆ อีกอย่างคือคือการสนับสนุนนักเรียนให้ค้นพบความสนใจและพัฒนาศักยภาพของตนเอง จนนำไปสู่การเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกในหลากหลายสาขาค่ะ เช่น

🎭 BFA in Acting, Pace University
หลักสูตรด้านการแสดงของ Pace University ซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในสถาบันชั้นนำด้าน Theatre และ Performing Arts ของสหรัฐอเมริกา เหมาะสำหรับนักเรียนที่มีความมุ่งมั่นในสายการแสดงและอุตสาหกรรมบันเทิง

💻🧠 BSc Double Major in Computer Science and Cognitive Science, Columbia University
ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีแบบ Double Major ที่ Columbia University หนึ่งในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Ivy League โดยผสานองค์ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์เข้ากับศาสตร์ด้านการรับรู้และการทำงานของสมองมนุษย์ ซึ่งเป็นสาขาที่มีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเทคโนโลยี AI และนวัตกรรมแห่งอนาคต

นอกเหนือจากความโดดเด่นด้านวิชาการแล้ว Windermere Preparatory School ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพนอกห้องเรียนผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย โดยมีชมรมและกิจกรรมให้เลือกมากกว่า 50 รายการ ไม่ว่าจะเป็น Robotics, Model United Nations (MUN), Coding, Performing Arts, Sports และชมรมตามความสนใจอีกมากมาย

นักเรียนยังได้รับโอกาสในการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน ผ่านทริปทัศนศึกษาและกิจกรรมพิเศษตลอดทั้งปี ทั้งการล่องเรือ กิจกรรมผจญภัย การเดินทางไปเยี่ยมชมรัฐต่างๆ ภายในสหรัฐอเมริกา ทริปต่างประเทศในยุโรป รวมถึงการทัศนศึกษาตามสถานที่สำคัญและสวนสนุกชื่อดัง ซึ่งช่วยเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิต ความเป็นผู้นำ และเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับนักเรียน

กิจกรรมชมรมและทัศนศึกษา

หลังจากฟังบรรยายจากทีม College Advisor แล้ว เราก็เดินไปต่อที่ห้องสมุดของโรงเรียนนะคะ เป็นพื้นที่ที่นักเรียนมักจะมาอ่านหนังสือ ศึกษาค้นคว้า และทำงานกลุ่มกันหลังเลิกเรียน เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญที่นักเรียนใช้เวลาค่อนข้างมากเลยค่ะ

จากนั้นก็ได้มาชมในส่วนของสนามเทนนิสต่อค่ะ พื้นที่กว้างขวางมาก ๆ เลย สำหรับน้อง ๆ ที่สนใจด้านกีฬา โดยเฉพาะเทนนิส ที่นี่มีความร่วมมือกับ Orlando Tennis Academy ซึ่งถือเป็นหนึ่งใน Sport Academy ที่ใหญ่และโดดเด่นที่สุดของโรงเรียนเลยค่ะ

นักเรียนจะได้รับการฝึกซ้อมกับโค้ชมืออาชีพ พร้อมพัฒนาทั้งทักษะการแข่งขันและการเรียนควบคู่กันไป เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการเดินหน้าสู่เส้นทางนักกีฬาเทนนิสอย่างจริงจังค่ะ

ใครที่เล่นเทนนิสอยู่แล้ว หรือมีเป้าหมายเป็นนักกีฬาเทนนิสในอนาคต ต้องถูกใจที่นี่แน่นอน เพราะมีทั้งการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน และโค้ชผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิดค่ะ

ต่อมาเราก็เดินมาที่ Fitness Center ของโรงเรียน ซึ่งนักเรียนจะเริ่มใช้งานได้ตั้งแต่ Grade 9 เป็นต้นไปนะคะ

สิ่งที่น่าสนใจคืออุปกรณ์ออกกำลังกายที่นี่ค่อนข้างล้ำสมัย โดยมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการฝึกซ้อม นักเรียนสามารถควบคุมและติดตามการออกกำลังกายผ่าน Tablet ที่เชื่อมต่อกับเครื่องออกกำลังกายแต่ละเครื่องได้โดยตรงเลยค่ะ

ระบบจะบันทึกและวิเคราะห์ข้อมูลการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้น ระยะเวลา หรือพัฒนาการของผู้ใช้งาน ได้แบบ Real-time เลยค่ะ ช่วยให้นักเรียนสามารถติดตามผลและวางแผนการฝึกซ้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ถัดมาเราก็เดินมาที่ Campus Store ค่ะ ซึ่งเป็นอีกมุมหนึ่งที่นักเรียนชอบมาก

ที่นี่มีทั้งของว่าง เครื่องดื่ม และอาหารให้เลือกซื้อหลากหลายเลยค่ะ ที่เซอร์ไพรส์มากคือมีซูชิขายด้วย น่าทานมาก ๆ 🍣✨

นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์การเรียนและชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียนจำหน่ายด้วย นักเรียนสามารถแวะมาซื้อของทานเล่นหรือเครื่องดื่มระหว่างคาบเรียนและช่วงพักได้อย่างสะดวกเลยค่ะ

ต่อมาเราเดินมาที่ Basketball Stadium ของโรงเรียนค่ะ ซึ่งเป็นสนามบาสเกตบอลในร่มขนาดใหญ่ที่ใช้สำหรับทั้งการฝึกซ้อม การแข่งขัน และกิจกรรมกีฬาต่างๆ ของนักเรียน

โรงเรียนให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาไม่แพ้ด้านวิชาการ ทำให้นักเรียนมีโอกาสฝึกฝนทักษะและเข้าร่วมการแข่งขันตลอดทั้งปีค่ะ

มาแวะมาชมห้องเรียนวิทยาศาสตร์กันต่อค่ะ ตอนนี้เราอยู่ในห้องเรียนเคมีของโรงเรียนค่ะ

แต่ละห้องเรียนมีนักเรียนประมาณแค่ 15–20 คนต่อห้อง ทำให้คุณครูสามารถดูแลและให้คำแนะนำได้อย่างทั่วถึง นักเรียนจึงมีโอกาสได้ลงมือทำการทดลองจริง ซักถาม และมีส่วนร่วมในห้องเรียนได้อย่างเต็มที่ค่ะ

และตรงนี้คือ High School Office ค่ะ ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้าน College Advising ของโรงเรียน

ภายในจะมีบอร์ดรวบรวมรายชื่อมหาวิทยาลัยที่นักเรียนได้รับการตอบรับเข้าเรียนในแต่ละปี โดยหากซูมเข้าไปดูจะเห็นว่านักเรียนส่วนใหญ่ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำใน สหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีนักเรียนที่ศึกษาต่อใน สหราชอาณาจักร แคนาดา ยุโรป และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก อีกด้วย

จากนั้นเราเดินมาที่ Media Room ค่ะ ซึ่งเป็นห้องเรียนสำหรับวิชา Digital Art, Media Production และ Yearbook Production

หนึ่งในโปรเจกต์สำคัญที่นักเรียนจะได้ทำทุกปีคือ Yearbook หรือหนังสือประจำรุ่นของโรงเรียน โดยนักเรียนจะมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผนเนื้อหา การถ่ายภาพ การสัมภาษณ์และเก็บข้อมูลนักเรียน ไปจนถึงการออกแบบและจัดทำหนังสือจริง

ผ่านการทำโปรเจกต์เหล่านี้ นักเรียนจะได้เรียนรู้ทักษะด้าน Media Production อย่างรอบด้าน ทั้งการเล่าเรื่อง (Storytelling) การถ่ายภาพ การออกแบบกราฟิก การสร้างสรรค์คอนเทนต์ และการทำงานร่วมกันเป็นทีม ซึ่งเป็นทักษะที่สามารถนำไปต่อยอดได้ในหลากหลายสายอาชีพในอนาคตค่ะ

และถัดมาคือห้องเรียน Robotics และ Mathematics ค่ะตอนนี้น้อง ๆ ระดับ Grade 12 กำลังเตรียมโปรเจกต์ของตนเองกันอยู่ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริงและการประยุกต์ใช้ความรู้จากในห้องเรียน

นักเรียนจะได้ฝึกทั้งการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการทำงานเป็นทีม ผ่านการออกแบบ พัฒนา และนำเสนอผลงานของตนเอง โดยมีคุณครูคอยให้คำแนะนำตลอดกระบวนการค่ะ ✨

บรรยากาศในห้องเรียนค่อนข้างคล้ายกับการทำงานในระดับมหาวิทยาลัย เพราะนักเรียนจะได้รับอิสระในการคิดและพัฒนาโปรเจกต์ตามความสนใจของตนเอง ซึ่งช่วยเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อในอนาคตได้เป็นอย่างดีค่ะ

ห้องต่อไปคือ Art Center ของโรงเรียนค่ะ เป็นพื้นที่สำหรับนักเรียนที่สนใจด้านศิลปะและการออกแบบโดยเฉพาะ

บรรยากาศในห้องเรียนค่อนข้างคล้ายสตูดิโอศิลปะ นักเรียนจะมีพื้นที่ในการสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนา Portfolio ของตนเองอย่างเต็มที่

ผลงานที่เห็นอยู่รอบ ๆ ห้องส่วนใหญ่เป็นผลงานของนักเรียนระดับ Junior Year หรือ Grade 11 ค่ะ ซึ่งน่าประทับใจมาก เพราะหลายชิ้นมีคุณภาพใกล้เคียงกับผลงานในระดับมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว

แนวคิดการสอนของคุณครูที่นี่คือ “Learn to be Professional” หรือการฝึกให้นักเรียนคิดและทำงานเหมือนมืออาชีพตั้งแต่ยังอยู่ในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการคิด การพัฒนาผลงาน การนำเสนอแนวคิด หรือการสร้าง Portfolio เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการศึกษาต่อและเส้นทางอาชีพในอนาคตค่ะ

ผลงานที่จัดแสดงอยู่บริเวณหน้าห้องเรียนเป็นผลงานของนักเรียนระดับ Grade 9–10 ค่ะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Assignment ที่นักเรียนได้รับโจทย์ให้ฝึกวาดวัตถุจากของจริง โดยเน้นทั้งสัดส่วน แสงเงา รายละเอียด และการสังเกตอย่างละเอียด

สิ่งที่น่าประทับใจมากๆ คือผลงานของนักเรียนแต่ละคนออกมาดีเกินคาด หลายชิ้นมีความสมจริงและแสดงให้เห็นถึงทักษะด้านศิลปะที่แข็งแรง แม้ว่าจะยังอยู่ในระดับมัธยมก็ตามค่ะ

และตอนนี้เราอยู่กันที่ห้อง Music Class ค่ะ

ที่นี่น้อง ๆ สามารถเลือกเรียนได้ทั้งแบบเรียนรวมกับเพื่อน ๆ และเรียนเดี่ยวกับคุณครูเลยค่ะ ใครที่เล่นดนตรีอยู่แล้วก็สามารถพัฒนาทักษะได้ต่อเนื่อง ส่วนใครที่อยากลองเรียนเครื่องดนตรีใหม่ ๆ ก็มีโอกาสได้เริ่มต้นที่นี่เช่นกัน บรรยากาศค่อนข้างอบอุ่นและเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกทางด้านดนตรีอย่างเต็มที่เลยค่ะ

ต่อไปเราก็ได้เดินทางมาถึงส่วนของหอพักนักเรียนกันค่ะ โดยหอพักจะอยู่ห่างจากโรงเรียนเพียงประมาณ 5–10 นาทีด้วยรถ School Bus ทำให้เดินทางไปกลับได้อย่างสะดวก

บริเวณนี้จะเป็นลักษณะของ Student Housing Village คือเหมือนเป็นหมู่บ้านเลยค่ะ โดยบ้านทุกหลังที่เห็นเป็นที่พักของนักเรียนภายใต้การดูแลของโรงเรียนทั้งหมดค่ะ และมีการแยกโซนที่พักนักเรียนหญิงและนักเรียนชายอย่างชัดเจน

บ้านพักแต่ละหลังเป็นบ้านแฝดที่แบ่งออกเป็น 2 ยูนิต โดยในแต่ละยูนิตจะมีนักเรียนพักอาศัยประมาณ 6 คน เพื่อให้บรรยากาศอบอุ่นและไม่แออัดจนเกินไป

ชั้นบนจะเป็นส่วนของห้องนอนและห้องซักผ้า ส่วนนักเรียนจะพักแบบแชร์ห้อง ห้องละ 2 คน ขณะที่ชั้นล่างจะมี Common Room และ Shared Kitchen ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับนั่งเล่น ทำการบ้าน ทำอาหารง่ายๆ และใช้เวลาร่วมกับเพื่อนๆ หลังเลิกเรียน

สำหรับห้องน้ำ ภายในยูนิตจะมีห้องน้ำที่ใช้ร่วมกัน โดยห้องพักบางห้องจะใช้ห้องน้ำร่วมกัน 2 คน และบางส่วนจะใช้ร่วมกันภายในกลุ่มนักเรียนในยูนิต นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำเพิ่มเติมบริเวณชั้นล่างเพื่อความสะดวกในการใช้งานอีกด้วยค่ะ

โดยรวมแล้วบรรยากาศค่อนข้างให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านมากกว่าหอพักแบบดั้งเดิม ซึ่งให้บรรยากาศเหมือน Home away from home เลยค่ะ และช่วยให้นักเรียนได้ฝึกการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น เรียนรู้ความรับผิดชอบ และสร้างมิตรภาพกับเพื่อน ๆ จากหลากหลายประเทศไปพร้อมกันค่ะ

และนี่คือบรรยากาศบริเวณด้านหน้าหอพักและทางเข้าของบ้านพักนักเรียนค่ะ โดยแต่ละหอจะมี House Parent ประจำอยู่ตลอดเวลา ทำหน้าที่ดูแลความเป็นอยู่ ให้คำแนะนำ และคอยช่วยเหลือนักเรียนในชีวิตประจำวัน เพื่อให้น้อง ๆ รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยเหมือนอยู่บ้านค่ะ

ภายในหอพักชั้นล่างจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางที่อบอุ่นและเป็นกันเองค่ะ น้องๆ สามารถมานั่งพักผ่อน ทำการบ้าน ทำอาหารหรือใช้เวลาร่วมกับเพื่อนๆ ได้ตลอดช่วงเวลานอกห้องเรียน

นี่คือบรรยากาศบริเวณชั้นสองของหอพักค่ะ โดยชั้นนี้จะเป็นส่วนของห้องนอนที่น้องๆ ใช้พักอาศัย เป็นห้องนอนแบบแชร์ ห้องละประมาณ 2 คนค่ะ

โรงอาหารของนักเรียนประจำจะตั้งอยู่บริเวณสุดถนนของโซนหอพัก ใช้เวลาเดินเพียงไม่นานจากที่พักค่ะ

ก็จบแล้วนะคะกับการพาชม Windermere Preparatory School ที่เมือง Orlando ประเทศสหรัฐอเมริกาในวันนี้

ส่วนตัวพี่โอ้ประทับใจโรงเรียนนี้มาก เพราะเป็นโรงเรียนที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเรียนในทุกมิติ ไม่ใช่แค่ผลการเรียน แต่ยังสนับสนุนให้น้อง ๆ ได้ค้นหาความสนใจของตัวเอง ผ่านกิจกรรม กีฬา ศิลปะ และการเรียนแบบลงมือปฏิบัติจริง อีกทั้งยังมีทีมดูแลนักเรียนและการเตรียมความพร้อมเข้ามหาวิทยาลัยที่แข็งแกร่ง ช่วยวางแผนการศึกษาต่อจนสามารถส่งนักเรียนเข้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกได้ในทุก ๆ ปีทำให้เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่อยากเรียนต่อในสหรัฐอเมริกาและมองหาโรงเรียนที่พร้อมสนับสนุนศักยภาพของแต่ละคนอย่างเต็มที่ค่ะ

หากน้อง ๆ หรือผู้ปกครองสนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Windermere Preparatory School หรืออยากวางแผนเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา สามารถติดต่อพี่ ๆ IEC ได้เลยนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง: เรียนต่อโรงเรียนประจำมัธยม Windermere Preparatory School (Private School) ในเมือง Orlando สหรัฐอเมริกา | โรงเรียนห่างจาก Walt Disney World เพียง 10 นาที

บทความที่เกียวข้อง: ข้อมูลโรงเรียน Windermere Preparatory School

Share this
Scroll to Top